ความดันโลหิต BLOOD PRESSURE

งานการพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยฉุกเฉิน
หน่วยสุขศึกษา ฝ่ายการพยาบาล
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
ความดันโลหิต เป็นเครื่องแสดงสมรรถภาพของระบบไหลเวียนโลหิต และการทำงานของหัวใจ
ความดันโลหิตคือแรงดันที่เกิดจากหัวใจบีบตัว เพื่อดันโลหิตในหัวใจและหลอดเลือดแดงใหญ่ออกไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ค่าปกติ
ความดันโลหิต จะวัดเป็นตัวเลขสองค่า เช่น 120/80
ตัวเลขหน้า คือ ค่าความดันขณะ หัวใจบีบตัว
ตัวเลขหลัง คือ ค่าความดันขณะหัวใจคลายตัว
ค่าปกติประมาณ 110/70 - 120/80 มิลลิเมตรปรอท
ปัจจัยที่มีผลต่อความดันโลหิต
ค่าความดันโลหิตของคนปกติขณะพัก แตกต่างกันได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ อายุ เพศ เชื้อชาติ สภาพภูมิอากาศรอบตัว อิริยาบถ และการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
ความดันโลหิตต่ำ
หมายถึง ภาวะที่มีความดันโลหิตต่ำกว่า 90/50 มิลลิเมตรปรอท
สาเหตุ
1. ไม่ทราบสาเหตุแน่นอน
2. จากโรคหรือความผิดปกติอื่น ๆ ของร่างกาย ได้แก่
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ
- การขาดอาหาร
- โลหิตจาง และมีการสูญเสียโลหิตจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น แผลในกระเพาะอาหาร ริดสีดวงทวาร
3. ความดันต่ำจากการปรับตัวของร่างกายไม่ทัน เวลาเปลี่ยนท่า +อาการ
- อ่อนเพลีย
- เหนื่อยง่าย
- วิงเวียนศีรษะ
- หน้ามืด เป็นลมบ่อย ๆ
- หน้ามืด เวลาเปลี่ยนอิริยาบถต่าง ๆ เช่น จากท่านอนเป็นท่านั่งเร็ว ๆ
อันตรายของความดันโลหิตต่ำ
ความดันโลหิตต่ำเกินไป จะทำให้การไหลเวียนของโลหิตไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ ของร่างกายไม่ทัน ทำให้ขาดอาหาร ออกซิเจน และการถ่ายเทขอเสียไม่ทัน โดยเฉพาะเซลล์ของสมอง กล้ามเนื้อหัวใจ และไตซึ่งมีความสำคัญมาก
ต่อร่างกาย
ถ้าความดันโลหิตลดลงต่ำมาก จะทำให้อวัยวะดังกล่าวขาดออกซิเจน อาจทำให้เป็นลม ช็อคและเสียชีวิตได้
ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มีความดันต่ำ
1. รับประทานอาหารที่มีคุณค่า ให้ครบทั้ง 5 หมู่
2. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง
3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อเพิ่ม ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หัวใจและหลอดเลือด
4. การเปลี่ยนอิริยาบถ หรือการเปลี่ยนท่าควรทำช้า ๆ เพื่อให้ร่างกาย ปรับตัวได้ทันและป้องกัน มิให้เกิดอาการหน้ามืด
ความดันโลหิตสูง หมายถึง ภาวะที่มีความดันโลหิตวัดได้มากกว่า 140/90 มม.ปรอท
สาเหตุ
1. ไม่ทราบสาเหตุแน่นอน พบ 80-90% ความดันโลหิตสูง แบบนี้มักพบ มากใน
ก. คนอ้วน
ข. ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารเค็มจัด
ค. ผู้ที่ชอบสูบบุหรี่และดื่มสุรา
ง. คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
จ. ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะและมีความเครียด
ฉ. คนสูงอายุ
2. จากโรคอื่น ๆ เช่น โรคไต และโรคของหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงที่เกิดจากโรคอื่น ๆ นี้ พบได้ 10-20 %
อาการ
ในรายที่มีอาการเด่นชัดจะมีอาการปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะ นอนไม่หลับเหนื่อยหอบเวลาออกกำลังกาย และเจ็บแน่นหน้าอก
อันตรายจากความดันโลหิตสูง
1. เส้นเลือดในสมองแตก ทำให้โคม่า หมดสติ เป็นอัมพาตทั้งตัว หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
2. ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักออกแรงบีบตัวมากกว่าปกติ จนหัวใจโตและเกิดหัวใจวายหรือ หัวใจขาดเลือดหล่อเลี้ยง
ได้ง่าย
3. ทำให้เกิดโรคไต เนื่องจากเส้นเลือดจะอุดตันได้ง่าย ทำให้ไตขาดเลือด ไปหล่อเลี้ยง
ข้อแนะนำสำหรับผู้มีความดันโลหิตสูง
1. ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยอาจจะต้องรับประทานยาเพื่อควบ คุมความดันโลหิต การหยุดยา ควรอยู่ในการพิจารณา ของแพทย์ แม้จะไม่มีอาการแล้วก็ตาม
2. ตรวจวัดความดันโลหิตเป็นระยะ ๆ ทุกเดือน
3. หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม บุหรี่ และสุรา
4. หลีกเลี่ยงน้ำชาหรือกาแฟ ถ้ามีอาการใจสั่น
5. ถ้าน้ำหนักเกินมาตรฐาน ควรลดน้ำหนัก (โดยลดอาหารมัน ของหวาน ของทอดด้วยน้ำมัน อาหารพวกแป้ง)
6. รับประทานผักผลไม้และอาหารที่มีกากเป็นประจำ เพื่อป้องกันท้องผูก
7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด (ไม่ควรออกกำลังกาย ชนิดที่ต้องใช้แรงเบ่ง เช่น การยกน้ำหนัก)
8. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส และคลายความเครียด
9. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
ความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่มีอันตราย ในปัจจุบันพบว่า โรคหัวใจซึ่งมีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่ก่อให้เกิดการตายของประชากรสูงเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้น การตรวจสุขภาพ และวัดความดันโลหิต เป็นประจำจะช่วยป้องกันและลดอันตรายเหล่านี้ลงได้
เอกสารอ้างอิง
- สุรเกียรติ อาชานานุภาพ. ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2 กรุงเทพฯ: เรือนแก้ว การพิมพ์, 2532.
- เวชศาสตร์ก้าวหน้า.โครงการตำราวพม.คณะอาจารย์.โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ.
วิทยาลัยแพทยศาสตรพระมงกุฎเกล้าฯ กรุงเทพฯ: 2539