mourning ribbon

เล่นมือถือ นอนดึก เครียดสะสม พฤติกรรมยุคใหม่ ⚠️เสี่ยง “ความดันโลหิตสูง”

เล่นมือถือ นอนดึก เครียดสะสม พฤติกรรมยุคใหม่
⚠️เสี่ยง “ความดันโลหิตสูง”
โรคที่คนส่วนใหญ่ “ไม่รู้ว่าป่วย” แต่คร่าชีวิตคนทั่วโลกทุกปี

.

“วันความดันโลหิตสูงโลก” (World Hypertension Day) สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก กำหนดให้วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันความดันโลหิตสูงโลก” (World Hypertension Day) เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกตระหนัก และเห็นความสำคัญของการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

.

โรคความดันโลหิตสูงเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบได้มากที่สุด และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรทั่วโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โรคความดันโลหิตสูงถือเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวต่อร่างกาย หากปล่อยให้ความดันโลหิตสูงอยู่เป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่ออวัยวะต่างๆ หลายระบบในร่างกาย ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรังที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้อย่างต่อเนื่อง มักเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะที่สำคัญเช่น หัวใจ หลอดเลือด ตา ไต สมอง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายอย่างยิ่ง

.

ปัจจุบันสำหรับประเทศไทยกำหนดค่าความดันโลหิตปกติ ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี คือค่าความดันโลหิตตัวบนไม่เกิน 120 และตัวล่างไม่เกิน 80 มิลลิเมตรปรอท

.

ความดันโลหิตสูงเกิดจากอะไร
มากกว่าร้อยละ 90 ไม่ทราบสาเหตุ แต่อาจเกิดได้หลายปัจจัย เช่น อายุ เพศ พันธุกรรม เชื้อชาติ ภาวะนํ้าหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน ความเครียดสะสม สูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การรับประทานอาหารเค็มจัด รวมถึงพฤติกรรมเนือยนิ่งที่เกิดขึ้นจากวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย ใช้พลังงานในการทำกิจกรรมน้อย ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้

.

ความดันโลหิตสูงมีอาการอย่างไร
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการแต่อย่างใด แต่ในบางรายอาจมีอาการปวดศีรษะตุบๆ บริเวณท้ายทอย ตามัว อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เลือดกำเดาไหล เป็นต้น

การปฎิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูง รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องการลดความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติโดยไม่ต้องพึ่งยา
1. การลดน้ำหนัก
2. ออกกำลังกาย (ให้เหมาะสมตามช่วงอายุรายบุคคล)
3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
4. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสชาติเค็ม เค็มจัด
5. งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
6. เลิกสูบบุหรี่
7. ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน (สำหรับรายบุคคลที่ไวต่อคาเฟอีน *ข้อมูลอยู่ในระหว่างศึกษายังไม่ได้รับข้อสรุป)
8. หมั่นดูแลตนเอง ชั่งน้ำหนัก ตรวจวัดค่าความดันอยู่บ่อยครั้ง
9. มีเครื่องวัดความดันสำหรับพกพาไว้ หมั่นเช็คตนเองและคนในครอบครัว
10.นั่งสมาธิ ฝึกจิตใจ อารมณ์ (ผลวิจัยทางการแพทย์พบว่า ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เมื่อนั่งสมาธิต่อเนื่อง ความดันโลหิตจะลดลง)

.

โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่ต้องคอยควบคุมอาการไปตลอด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และหมั่นตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ตรวจพบอาการได้เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้อีกด้วย

.

ข้อมูลโดย อาจารย์ แพทย์หญิงทรรศลักษณ์ ทองหงษ์ อาจารย์ประจำศูนย์โรคหัวใจภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เรียบเรียง : นส.ธัญญลักษณ์ สดสวย
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

.

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ 👇🏻

https://www.facebook.com/share/p/1PJAdXG7n6/

#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU