โรคเท้าช้าง (Elephantiasis, Filariasis)

                                                                                                                  รศ.เวช  ชูโชติ

  โรคเท้าช้างคืออะไร

      โรคเท้าช้างคือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อพยาธิฟิลาเรียชนิด Wuchereria bancrofti หรือ Brugia malayi เนื่องจากตัวเต็มวัยของพยาธิอาศัยอยู่ในระบบน้ำเหลือง ดังนั้นคนที่เป็นโรคพยาธิฟิลาเรียทั้งสองชนิดนี้จึงมีอาการแสดงซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพของระบบน้ำเหลือง เช่น ท่อน้ำเหลืองอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ มีอาการไข้เท้าช้าง ท่อน้ำเหลืองขยาย พร้อมกับมีการอุดตันทางเดินของน้ำเหลือง เกิดพังผืดและมีน้ำเหลืองคั่ง ผลสุดท้ายอวัยวะที่เป็นโรคจะโตซึ่งเรียกว่าภาวะโรคเท้าช้าง (elephantiasis) การจะเกิดภาวะของโรคเท้าช้างนี้จะกินเวลาค่อนข้างนานและมีการติดเชื้อพยาธิฟิลาเรียซ้ำแล้วซ้ำอีก สรุปคือต้องอาศัยอยู่ในแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อโรคเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นเราจะพบภาวะของโรคเท้าช้างในผู้ป่วยที่มีอายุมักเกิน 30 กว่าปีขึ้นไป

     ในกรณีของ W. bancrofti นั้น เท่าที่เคยมีรายงานในประเทศไทยส่วนใหญ่ พบว่าตัวเต็มวัยของพยาธิจะไปอาศัยอยู่ในระบบน้ำเหลืองบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ทำให้เกิดภาวะอัณฑะมีถุงน้ำ และปัสสาวะเป็นไขมัน ส่วน B. malayi จะทำให้เกิดภาวะโรคเท้าช้างที่ขาเป็นส่วนมาก

  คนติดโรคเท้าช้างได้อย่างไร

      ยุงที่เป็นพาหะซึ่งมีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิมากัดคน ระยะติดต่อจากจงอยปากของยุงจะไชเข้าสู่แผลบริเวณผิวหนังที่ถูกยุงกัด และเข้าสู่ร่างกายเจริญเติบโตเป็นระยะตัวเต็มวัยต่อไป

  โรคนี้พบได้ที่ใดและยุงชนิดใดที่เป็นพาหะนำโรคในประเทศไทย

      1. พยาธิฟิลาเรียชนิด W. bancrofti พบที่ จังหวัดกาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน และจังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่า ยุงที่เป็นพาหะนำโรคพยาธิฟิลาเรียชนิดนี้ คือ ยุงลายชนิด Aedes desmotes, Ae. harinasutai, Ae. annandalei, Ae. imitator และยุงเสือชนิด Mansonia dives

      2. พยาธิฟิลาเรียชนิด B. malayi พยาธิชนิดนี้พบบริเวณฝั่งทะเลด้านตะวันออกของภาคใต้ คือ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส สำหรับพาหะที่นำโรคพยาธิฟิลาเรียชนิดนี้คือ ยุงเสือชนิด Mansonia uniformis, M. indiana, M. bonneae, M. annulata และ Coquilletidia crassipes

  จะทราบได้อย่างไรว่าติดเชื้อพยาธิชนิดนี้

     การวินิจฉัยโรคพยาธิฟิลาเรียนั้น แพทย์จะอาศัยประวัติของผู้ป่วยว่ามาจากถิ่นของโรค และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยทั่วๆ ไปจะทำการตรวจหาไมโครฟิลาเรีย (รูปที่1 และ2) ซึ่งตัวเต็มวัยปล่อยออกมาในกระแสโลหิตของผู้ติดเชื้อ บางห้องปฏิบัติการอาจใช้วิธีการตรวจหาแอนติเจนในกระแสโลหิต (monoclonal antibody-bassed assays หรือ PCR–bassed assays)

     

รูปที่ 1 ไมโครฟิลาเรียของ W. bancrofti      รูปที่ 2 ไมโครฟิลาเรียของ B. malayi

(ที่มา: http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/nematode/framene.htm)

  จะทำการรักษาโรคนี้อย่างไร

      ผู้ที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคนี้ควรไปพบแพทย์เพื่อให้การตรวจ และวินิจฉัยได้ถูกต้อง ถ้าแพทย์พบว่าผู้ป่วยติดโรคพยาธิชนิดนี้ แต่ยังไม่แสดงอาการของโรคเท้าช้าง จะให้ผู้ป่วยรับประทานยา Albendazole ขนาด 400 มิลลิกรัมร่วมกับ Hetrazan (diethylcarbamazine, DEC) ขนาด 6 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม 1 ครั้งต่อปี สำหรับผู้ป่วยที่แสดงอาการของโรคเท้าช้างแล้ว นอกจากให้ผู้ป่วยรับประทานยาแล้ว แพทย์จะแนะนำให้รักษาความสะอาดบริเวณที่มีอาการของโรคร่วมกับการทำกายภาพบำบัด โดยนวดบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่บวมโตเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของน้ำเหลือง ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจทำการผ่าตัดให

  จะทำการป้องกันการติดโรคนี้ได้อย่างไร

1. ป้องกันส่วนบุคคล คือ การป้องกันยุงกัด
2. กำจัดยุงที่เป็นพาหะ โดยทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง กำจัดลูกน้ำและตัวเต็มวัย
3.ให้การรักษาหมู่ (mass treatment) ในแหล่งระบาดของโรค โดยให้รับประทานยา Albendazole ขนาด 400 มิลลิกรัมร่วมกับ Hetrazan (diethylcarbamazine, DEC) ขนาด 6 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม 1 ครั้งต่อปี


                                                                                     [ กลับสู่หน้าหลัก ]  [ คณะแพทยศาสตร์ ]  [ English version ]