โรคทริคิโนซิส (Trichinosis)

                                                                                        อ.ดร.อัญชลี  ด่านตระกูล 

     ช่วงเวลาหลังการเก็บเกี่ยวข้าวของชาวบ้าน ระหว่างเดือนมกราคม ถึง มิถุนายน มักจะมีงานเลี้ยงรื่นเริงกัน โดยมีการจัดงานเลี้ยงตามหมู่บ้าน มีการล้มสัตว์เป็นตัวๆ เพื่อนำมาทำเป็นอาหารสำหรับคนกลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับวิถีชาวบ้านเเบบไทยๆ สำหรับอาหารจานเด็ดที่นิยมทางภาคเหนือนั้น มักจะเป็นลาบดิบหมู เพราะการหาซื้อหมูชาวเขามาทำเป็นอาหาร ทำได้ง่าย เเต่การเลี้ยงหมูของชาวเขาที่เป็นเเบบปล่อยให้หาอาหารกินเองนั้น หมูอาจติดโรคพยาธิ ดังนั้นการบริโภคเนื้อสัตว์เหล่านี้จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคทริคิโนซิส ซึ่งผู้ป่วยมักมาโรงพยาบาลกันทั้งหมู่บ้าน ดังจะเห็นจากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆ

  โรคทริคิโนซิส (Trichinosis) คืออะไร

       โรคพยาธิทริคิโนซิส คือโรคพยาธิ ที่เกิดจากการกินเนื้อของสัตว์ ที่มีพยาธิตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิตัวกลมขนาดเล็ก ที่มีชื่อเรียกว่า ทริคิเนลลา สไปราลิส (Trichinella spiralis) โดยกินเเบบดิบ หรือกึ่งดิบกึ่งสุก โรคนี้เเท้จริงเเล้วเป็นโรคที่เกิดในสัตว์ ทั้งสัตว์เลี้ยงเเละสัตว์ป่า เช่น หมู หนู หมี โดยพยาธิตัวเต็มวัยจะไชอยู่ในลำไส้เล็กของสัตว์หรือคนที่เป็นโรค เมื่อผสมพันธุ์กันเเล้ว ตัวเมียจะปล่อยพยาธิตัวอ่อนออกมา ซึ่งท้ายที่สุดเเล้วมันจะเดินทางเข้าไปอยู่ในซิสต์ในกล้ามเนื้อลาย โดยมันชอบไปอยู่ในกล้ามเนื้อที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยๆ เช่น กล้ามเนื้อเเถวน่อง ลิ้น กระบังลม

        

รูปที่ 1 ตัวแก่พยาธิทริคิเนลลาเพศผู้         รูปที่ 2 ตัวแก่พยาธิทริคิเนลลาเพศเมีย

   (ที่มา: http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/nematode/framene.htm-Trichinella spiralis)

  อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร

      อาการในระยะเเรกในช่วงประมาณ 1-7 วัน หลังกินเนื้อดิบ จะมีอาการท้องร่วง คล้ายอาหารเป็นพิษ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียมาก ต่อมาหลังจากอาทิตย์เเรกผ่านไป ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง หน้าบวม หนังตาบวม เยื่อบุตาอักเสบเเละมีเลือดออกใต้หนังตา ตาพร่า อ่อนเพลียมาก ปวดกล้ามเนื้อเเละกดเจ็บ การเคลื่อนไหวเเขนขาทำได้ลำบาก การพูด หายใจ กลืน เเละเคี้ยวอาหารทำได้ลำบาก ถ้าโชคร้ายก็อาจมีอาการเเทรกซ้อนเช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อาจรุนเเรงถึงตายได้ ต่อจากนั้นประมาณอาทิตย์ที่ห้าหรือหก ไข้จะเริ่มลดลง อาการปวดกล้ามเนื้อลดลง พูดได้ดีขึ้น อาการต่างๆ จะค่อยๆ ลดลงจนเป็นปกติ

  หลังจากติดเชื้อเเล้วนานเท่าไหร่ อาการจึงจะปรากฏ

       ส่วนใหญ่เเล้ว อาการที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่นท้องร่วง มักจะเกิดขึ้นภายใน 1-2 วัน ภายหลังการกินเนื้อที่มีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิ ส่วนอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ หรือหนังตาบวม จะตามมาภายหลังประมาณ 2-8 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ความรุนเเรงของอาการจะมากหรือน้อย ขึ้นกับจำนวนของพยาธิในเนื้อที่กินเข้าไป

  ตัวคุณมีความเสี่ยงในการติดโรคมากน้อยเพียงใด

      ถ้ากินเนื้อหมู เนื้อหมี หรือเนื้อสัตว์ป่า ที่ปรุงไม่สุก โอกาสที่จะเป็นโรคนี้ก็มีสูง ลักษณะอาหารที่พบว่าเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ได้เเก่ ลาบ ลาบเลือด หลู้ เเละเเหนม โดยพยาธิสามารถมีชีวิตอยู่ในเเหนมได้นานถึง 8 วัน

  การวินิจฉัยโรคนี้ทำได้อย่างไร

     ทำได้โดยสอบถามประวัติการกินอาหารของผู้ป่วย ซึ่งมักมาด้วยอาการท้องร่วงกันเป็นกลุ่ม หลังจากที่มีงานเลี้ยงหรือมีการกินเนื้อหมู เนื้อสัตว์ที่ดิบหรือปรุงไม่สุก ส่วนอาการที่ทำให้สงสัยว่าเป็นโรคนี้ก็คือ เปลือกตา หรือใบหน้าบวม ปวดกล้ามเนื้อ ไข้สูง

     ถ้ามีเนื้อหมูที่เหลือจากที่ผู้ป่วยกิน ก็นำมาให้หมอตรวจหาตัวอ่อนของพยาธิได้ หมอยังอาจจะทำการตัดชื้นเนื้อจากผู้ป่วยบริเวณ ไหล่ เเขน หรือน่อง เเล้วนำมาตรวจหาตัวอ่อนก็ทำได้เช่นกัน หรือจะใช้วิธีการเจาะเลือดมาตรวจ ซึ่งจะตรวจได้หลังจากกินเนื้อนั้นมาประมาณสามอาทิตยเเล้วเท่านั้น ก็จะเป็นการยืนยันการวินิจฉัยโรคได้อีกทางหนึ่ง

  เมื่อเป็นโรคเเล้วจะทำการรักษาอย่างไร

     การกินยา mebendazole เเละ albendazole ใช้ได้ในระยะเเรกของการติดเชื้อ ในช่วงที่พยาธิตัวเเก่ยังอยู่ในลำไส้เท่านั้น ซึ่งยาจะไม่ได้ผลถ้าพยาธิเข้าสู่กล้ามเนื้อเเล้ว เเละในปัจจุบันนี้ ยังไม่มีการรักษาที่ได้ผลเเน่นอนในการกำจัดตัวอ่อนที่กระจายอยู่ตามกล้ามเนื้อ ดังนั้นจึงต้องให้การรักษาตามอาการ เเละให้ยา corticosteroid เพื่อลดการอักเสบ

  โรคนี้พบได้บ่อยในประเทศไทยเเค่ไหน

     ในประเทศไทย มีรายงานครั้งเเรกเมื่อพศ. 2505 ที่อำเภอเเม่สะเรียง จังหวัดเเม่ฮ่องสอน คนตาย 11 ราย สาเหตุจากการกินลาบหมูชาวเขา จากนั้นมา มีรายงานผู้ป่วยเกือบทุกปี โดยมากเกิดในจังหวัดทางภาคเหนือ เเละมักเกิดระหว่างเดือนมกราคม ถึง มิถุนายน เพราะ ชาวบ้านมีกิจกรรมร่วมกันเช่น มีการเก็บเกี่ยวข้าว เเละจัดงานเลี้ยง

  นอกจากหมูเเล้ว การกินสัตว์ชนิดอื่นจะทำให้ติดพยาธิได้ไหม

     ในประเทศไทยส่วนใหญ่มีหมูเป็นตัวเเพร่เชื้อ ยิ่งถ้ามีการเลี้ยงหมูเเบบปล่อยให้หมูหาอาหารกินเอง ซึ่งหมูอาจไปกินซากสัตว์ที่ติดเชื้อในป่ารอบหมู่บ้านได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานการเเพร่เชื้อในหมูป่า หมูบ้าน หมี หมาไน กระรอกป่า เเละตะกวด ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือ ไม่ว่าจะกินเนื้อสัตว์อะไรก็ตาม ควรทำให้สุกจะดีกว่า

  วิธีในการป้องกันโรคนี้ทำอย่างไร

     การให้ความรู้เเก่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในท้องถิ่นที่มีการระบาดบ่อยๆ ให้เลิกกินเนื้อหมูเเละเนื้อสัตว์อื่นๆ เเบบดิบๆ หรือสุกๆดิบๆ อาหารพวกเศษเนื้อที่ใช้เลี้ยงหมู ควรต้มให้สุกเสียก่อนเพื่อป้องกันการเกิดโรคในหมูซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการเเพร่โรคสู่คน

 

เอกสารอ้างอิง


1. นิมิตร มรกต, เกตุรัตน์ สุขวัจน์. ปรสิตวิทยาทางการแพทย์โปรโตซัวและหนอนพยาธิ. เชียงใหม่:โครงการตํารา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2546. พิมพ์ครั้งที่ 2
2. วันชัย มาลีวงษ์, ผิวพรรณ มาลีวงษ์, นิมิตร มรกต. ปรสิตวิทยาทางการแพทย์โปรโตซัวและหนอนพยาธิ. ขอนแก่น: โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา, 2544.
3. Miyazaki I. 1991. An illustrated book of helminthic zoonoses. International Medical Foundation of Japan Tokyo.
4. Beaver PC, Juing RC, Cupp EW. Clinical Parasitology 9th ed Philadephia: Lea and Febiger, 1984.
5. http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/nematode/framene.htm


                                                                                     [ กลับสู่หน้าหลัก ] [ คณะแพทยศาสตร์ ] [ English version ]