วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นวัดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ปัจจุบันยอดเจดีย์ได้หักพังลงมาเมื่อคราวเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๐๘๘ วัดเจดีย์หลวงจึงเป็นโบราณสถานอันเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่น่าท่องเที่ยว

ที่ตั้ง
ตั้งอยู่บนถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ประวัติ
สร้างในสมัย"พญาแสนเมืองมา" เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ลำดับที่ ๗ แห่งราชวงศ์มังราย พ.ศ.๑๙๓๑ - ๑๙๕๔ เพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายแด่"พญากือนา" พระราชบิดา แต่ยังสร้างไม้เสร็จ
ก็สิ้นพระชนม์เสียก่อน ต่อมาพระมเหสีได้ควบคุมการก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จในสมัย "พญาสามฝั่งแกน"
เรียกว่า"กู่หลวง" แรกสร้างเป็นเจดีย์เล็ก ๆ ทรงสี่เหลี่ยมฐานกว้างด้านละ ๑๔ เมตร สูง๒๔ เมตร
ต่อมาสมัย"พระเจ้าติโลกราช" รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์มังราย พ.ศ.๑๙๘๕ - ๒๐๓๐ โปรดให้
"หมื่นด้ามพร้าคต" เป็นนายช่างใหญ่สร้างเสริมเจดีย์ใหม่ เริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๐๒๐ แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๕ โดยขยายฐานให้กว้างออกถึง ๕๖ เมตร สูง ๙๕ เมตร สามารถมองเห็นได้แต่ไกล
แล้วอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่มุขด้านตะวันออกของเจดีย์เป็นเวลานานถึง ๘๐ ปี ตั้งแต่พ.ศ. ๒๐๑๐ - ๒๐๙๑ ต่อมารสมัย"พระมหาเทวีจิระประภา" รัชกาลที่ ๑๕ แห่งราชวงศ์มังราย พ.ศ. ๒๐๘๘ - ๒๐๘๙
ในปีพ.ศ. ๒๐๘๘ ต่อมามีฝนตกหนัก และเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เป็นสาเหหตุให้ส่วนยอดของเจดีย์หักพังเหลือเพียงครึ่งองค์ เกิดรอยร้าวที่องค์พระเจดีย์สุดที่จะแก้ไขได้ จึงถูกทิ้งร้างมานานถึง ๔๔๕ ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๓๓ กรมศิลปกรได้ทำการบูรณะจนเป็นดังที่เห็นเช่นปัจจุบันนี้

เสาอินทขิล หรือเสาหลักเมือง
ตั้งอยู่กลางวิหารจตุรมุขศิลปะแบบล้านนาประยุกต์ เป็นเสาอิฐก่อปูนตัดกระจกสี รอบเสาวัดได้ ๕.๖๗ เมตร สูง ๑.๓๐ เมตร แท่นพระบนเสาอินทขิลสูง ๙๗ เซนติเมตร รอบแท่นวัดได้ ๒.๔ เมตร บนเสาอินทขิลมีพะรพุทธรูปทองสำริดปางรำพึง ประดิษฐานอยู่ภายในบุษบก พลตรี เจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) นำมาถวายวัดเจดีย์หลวงเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เพื่อให้ชาวเมืองได้สักการะคู่กัน

ตำนานเสาอินทขิล การสร้างเสาอินทขิลเริ่มจากชาวลัวะซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง เชิงดอยสุเทพ ได้ก่อตั้งชุมชนระดับเวียงหลายแห่งในบริเวณนี้ เช่นเวียงเชษฐบุรี เวียงสวนดอก เวียงนพบุรี เมื่อตั้งเวียงนพบุรีได้ตั้งเสาอินทขิลขึ้นเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมือง พร้อมกับมอบกุมภัณฑ์สองตนทำหน้าที่รักษาเวียงให้มั่นคง ตามคำแนะนำของฤาษี ชาวเมืองต้องทำพิธีบูชาเสาอินทขิลและเลี้ยงกุมภัณฑ์ หากปล่อยปละละเลยไม่บูชาบ้านเมืองจะวินาศ
ส่วนเสาอินทขิลที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดเจดีย์หลวงนั้น มีบันทึกไว้ว่าพญามังรายมหาราช ปฐมกษัตริย์ทรงสร้างเสาอินทขิล เมื่อครั้งสถาปนา "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๓๙ เดิมอยู่ที่วัดสะดือเมืองหรือวัดอินทขิล กลางเวียงเชียงใหม่ (ปัจจุบันคือหอประติโลกราช ข้างศาลากลางหลังเก่า) ครั้ง"พระเจ้ากาวิละ"ครองเมืองเชียงใหม่ ได้ย้ายมาประดิษฐานที่วัดเจดีย์หลวง โดยบูรณะขึ้นใหม่เป็นเสาปูน พร้อมกับทำการบวงสรวงเป็นพระเพณีสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

เครื่องสังเวยพลีกรรม หรือเครื่องบูชาเสาอินทขิล
ได้แก่ ขันตั้ง ๑๒ ขัน ขันประธาน ๑ ขัน ขันบริวาร ๑๑ ขัน

คำบูชาเสาอินทขิล
"อินทะขีลัง สิทธิชัยยะ อินทะขีลัง สิทธิชัยยะ
อินทะขีลัง มังคะลัตถิ อินทะขีลัง โสตถิมังคะลัง"