โรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อโปรโตซัว

                                                                                                        รศ.ดร.อัจฉรียา จิตต์ภักดี  

      

      ภาวะช่องคลอดอักเสบที่พบในสตรีเกิดจากเชื้อโรคหลายชนิด แต่มีชนิดหนึ่งเป็นโปรโตซัวทำให้เกิดช่องคลอดอักเสบและมีสารคัดหลั่ง

ซึ่งมีลักษณะเป็นหนองไหลออกมาจากช่องคลอดในสตรี โปรโตซัวชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า ทริโคโมแนต วาจินาลิส (Trichomonas vaginalis)

นอกจากนี้มันยังเป็นสาเหตุให้เกิดอาการระคายเคืองอันเนื่องมาจากท่อปัสสาวะอักเสบหรือต่อมลูกหมากอักเสบในผู้ชายได้

  Trichomonas vaginalis มีหน้าตาเป็นอย่างไร

       เชื้อโปรโตซัวชนิดนี้มีขนาดเล็ก ยาวประมาณ 7-32 ไมโครเมตร และกว้าง 5-12 ไมโครเมตร มีเยื่อคลื่นและหนวดที่เรียกว่า แฟลกเจลลา ไว้สำหรับเคลื่อนไหว

Trichomonas,Trichomonas vaginalis, T.vaginalis

(ที่มา: http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/framepro.htm-Flagellates- Trichomonas vaginalis)

  ปรสิตชนิดนี้ติดต่อได้อย่างไร

       โปรโตซัวชนิดนี้อาศัยอยู่ในช่องคลอดและท่อปัสสาวะของผู้หญิง ส่วนในผู้ชายพบในต่อมลูกหมาก ในท่อเก็บอสุจิและท่อปัสสาวะ การติดต่อที่สำคัญคือ การติดต่อโดยการมีเพศสัมพันธ์

  ผู้ติดเชื้อปรสิตชนิดนี้มีอาการอย่างไร

       ผู้ที่ติดเชื้อจะแสดงอาการเนื่องจากทริโคโมแนต จะทำให้เยื่อบุช่องคลอดมีความเสื่อมโทรมลงหลังจากการติดเชื้อ 2-3 วัน ตามด้วยการสะสมของเม็ดเลือดขาวทำให้สารคัดหลั่งจากช่องคลอดมีมากขึ้นและมีสีขาวหรือค่อนข้างเขียว ซึ่งเต็มไปด้วยเชื้อปรสิตและมีกลิ่นที่รุนแรง ผู้ติดเชื้อจะมีอาการคัน ที่ช่องคลอด ปากมดลูกมีสีแดง มีการบวมแดงของ ช่องคลอดและปากช่องคลอดหลังจากการติดเชื้ออย่างเฉียบพลันแล้ว ในเวลาต่อมาอาจกลายเป็นการติดเชื้ออย่างเรื้อรัง ซึ่งมีอาการน้อยลง แต่ในบางครั้งก็จะมีการอักเสบอย่างรุนแรงขึ้นมาอีก ในผู้ชายที่ติดเชื้อโปรโตซัวชนิดนี้มักจะ ไม่ปรากฏอาการ แต่อย่างไรก็ตามอาจมีอาการระคายเคืองอันเนื่องมาจากท่อปัสสาวะอักเสบหรือต่อมลูกหมากอักเสบได้

  จะวินิจฉัยได้อย่างไรว่าเป็นโรคนี้

       การวินิจฉัยทำได้โดยไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยตามอาการและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยตรวจหา เชื้อปรสิตในสารคัดหลั่ง ที่ได้จากช่องคลอดหรือต่อมลูกหมาก และอาจเจอได้ในน้ำปัสสาวะ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจ ด้วยวิธีการทางน้ำเหลืองวิทยาและอณูชีววิทยา

  จะทำการรักษาได้อย่างไร

     การรักษาทำได้โดยการไปพบแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาให้ถูกต้องและปลอดภัย แพทย์จะให้ยา เช่น metronidazole ซึ่งสามารถรักษาได้ภายใน 5 วัน แต่ในกรณีหญิงมีครรภ์หรือระหว่างให้นมบุตร แพทย์จะใช้ยา cotrimazole สอดทางช่องคลอด เนื่องจากการติดเชื้อปรสิตชนิดนี้โดยมากติดโดยการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นการรักษาจึงควรจะทำการรักษา ผู้ป่วยพร้อมกันกับผู้ชาย ที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อขึ้นมาใหม่

  จะป้องกันและควบคุมโรคนี้ได้อย่างไร

     เนื่องจากโปรโตซัวชนิดนี้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการป้องกันจะคล้ายกับการป้องกันโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ เช่น การใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ การไม่สำส่อนทางเพศ การรักษาผู้ติดเชื้อทั้งหญิงและชาย ที่มีเพศสัมพันธ์กันเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำอีก การควบคุมทำได้โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับการติดต่อของโปรโตซัว แก่ชุมชน และการรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัย


                                                                                     [ กลับสู่หน้าหลัก ] [ คณะแพทยศาสตร์ ] [ English version ]