โรคพยาธิใบไม้ปอด

                                                                                                           ผศ.นิวัฒน์ นทีวัฒนา

       พยาธิใบไม้ปอด (Lung Flukes) ที่พบในคนและสัตว์ ตัวแก่จะอาศัยอยู่ในปอด มีหลาย species พบใน 39 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยพบมากทางภาคเหนือ, ภาคอีสาน และภาคกลางในหลายๆ จังหวัด โฮสต์เฉพาะได้แก่ คน, เสือ และสัตว์ตระกูลแมว, สุนัขต่างๆ, พังพอน และลิง

  พยาธิใบไม้ปอดมีลักษณะอย่างไร

       พยาธิใบไม้ปอดดูภายนอกคล้ายกับเมล็ดกาแฟ ขนาดยาวประมาณ 10.5 มม. กว้าง 5.5 มม. และหนา 3.5 มม. มีหนามเรียงบนผิวลำตัว เห็นออรัลและเวนทรัลซักเกอร์ชัด แม้ว่าจะมีเพศ 2 เพศในตัวเดียวกัน ชอบอยู่ในปอดเป็นคู่

  คนเป็นโรคพยาธิใบไม้ปอดได้อย่างไร

      คนเป็นโรคพยาธิใบไม้ปอดโดยกินปูน้ำจืดดิบๆ ซึ่งในปูมีระยะติดต่ออันตรายอยู่ พฤติกรรมการกินปูไม่สุก เช่น คนจีนกินปูหินที่ “ สุก ” โดยการแช่ในเหล้า 2-3 วันหรือกินปูที่ไม่จมเหล้า (ปูเมา) หรือเพียงจับปูใส่ในขวดโหล โรยเกลือทิ้งไว้ 2 วันแล้วนำมากินซึ่งระยะติดต่ออันตรายเรียกว่า เมตาเซอร์คาเรียไม่ตาย, คนฟิลิปปินส์ ใช้น้ำปูเตรียมอาหารพื้นเมือง “Kinagang” , คนเกาหลีใช้น้ำกุ้ง รักษาโรคหัด ไข้ หรือท้องร่วง, คนญี่ปุ่นกินน้ำปูแก้ไข้หรือใช้ทาแก้ผื่นคัน, คนแคเมอรูนกินเพื่อเพิ่มความสามารถในการมีบุตร, เด็กไลบีเรียชอบเคี้ยวขาปูดิบ และการกินปูย่างซึ่งไม่สุกดีก็ติดโรคได้, คนไทยเวลาไปทำงานในท้องนาอาจเอาปูนา บีบมะนาวใส่พริก (พล่าปู) ทานกับข้าวเหนียว ก็ติดโรคได้

  คนเป็นโรคพยาธิใบไม้ปอดมากน้อยแค่ไหน

      โรคพยาธิใบไม้ปอดมีรายงานใน 39 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในเอเซีย มีหอยมากกว่า 45 ชนิด เป็นโฮสต์กึ่งกลางตัวแรก สำหรับประเทศไทยมีรายงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2471 ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมามีรายงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นจังหวัดสระบุรี, อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย, จังหวัดเชียงใหม่, พิษณุโลก, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, ตาก และอีกหลายจังหวัด

  จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคพยาธิใบไม้ปอด

     ผู้ที่มีพยาธิในปอดจะมีอาการคล้ายกับคนที่ป่วยเป็นวัณโรคของปอด อาการและอาการแสดงที่พบได้บ่อยๆ คือ

  • ไอเรื้อรัง ในระยะแรกจะพบว่าไอมากตอนตื่นนอนเช้า เสมหะจะมีเลือดปน ถ้าเป็นมากๆ อาจจะไอออกมาเป็นเลือด ( hemoptysis) แต่ถ้าหากเป็นเรื้อรัง เสมหะมักเป็นสีสนิม
  • เจ็บหน้าอก
  • ไข้ต่ำ
  • อาการอื่น เช่น หอบ, เหนื่อยง่าย, วิงเวียนศีรษะ เป็นต้น

  การวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ปอด

     การถ่ายภาพรังสีทางทรวงอกพบรอยโรคที่เนื้อปอดและเยื่อหุ้มปอด รอยโรคระยะเริ่มแรกเกิดจากการไชของพยาธิตัวอ่อน ผู้ป่วยมีอากาศหรือน้ำในทรวงอกและมีรอยยาวทึบแสง รอยโรคระยะหลังที่เกิดจากพยาธิตัวแก่จะเห็นเป็นซิสต์ผนังบาง, ก้อนทึบ หรือหลอดลมพอง

     การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการอาศัยการตรวจเสมหะหรืออุจจาระเพื่อดูไข่ของพยาธิ หรือการทดสอบทางเซรุ่ม

โรคพยาธิใบไม้ปอดรักษาอย่างไร

      ถ้ารู้ว่าเป็นโรคพยาธิใบไม้ปอดแล้ว มีการรักษาโดยใช้ยา Praziquantel 75 มก/กก./วัน โดยแบ่งกินวันละ 3 ครั้ง นาน 2 วัน หรือยา Bithionol 30-50 มก/กก. วันเว้นวัน ให้ได้ทั้งหมด 10-15 วัน

จะทำการป้องกันการติดโรคพยาธินี้ได้อย่างไร

  • ไม่กินปูหรือกุ้งดิบ
  • ไม่บ้วนเสมหะหรือถ่ายอุจจาระลงน้ำหรือในทุ่งนาเพื่อป้องกันไม่ให้ไข่พยาธิเจริญเป็นตัวอ่อนเข้าสู่หอยและปูได้
  • ให้สุขศึกษาแก่ประชาชน

                                                                                     [ กลับสู่หน้าหลัก ]  [ คณะแพทยศาสตร์ ]  [ English version ]