logo

โรคทอกโซพลาสโมซิส
Toxoplasmosis

อะไรเป็นสาเหตุของโรค
ปรสิตสัตว์เซลล์เดียวกลุ่มค็อกซิเดีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Toxoplasma godii ซึ่งอยู่ในเซลล์สมอง กล้ามเนื้อ และอวัยวะอื่น ๆ ของคน

วงจรชีวิตของเชื้อเป็นอย่างไร
เกี่ยวข้องกับ (1) แมวหรือสัตว์ตระกูลแมว และ (2) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ เช่น สุกร สัตว์ปีก เช่น นก ไก่
วงจรชีวิตเริ่มจากเชื้อระยะโอโอซิสต์ ออกมาในอุจจาระของแมว ตอนที่ออกมายังเป็นโอโอซิสต์อ่อนอยู่ เมื่ออุจจาระแมวแปดเปื้อนสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ ผัก และอุณภูมิความชื้นที่เหมาะสม จะพัฒนาไปเป็นโอโอซิสต์สุกซึ่งเป็นระยะติดต่อภายใน 5 วัน ซึ่งภายในโอโอซิสต์จะมีสปอโรซิสต์ 2 ก้อน แต่ละก้อน มีสปอโรซอยต์ 4 ตัว
เมื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ เช่น สุกร สัตว์ปีก กินโอโอซิสต์สุกดังกล่าว สปอโรซอยต์ออกมาในลำไส้เล็ก ไชเข้าผนังลำไส้เล็ก เข้ากระแสโลหิตไปทั่วร่างกายสู่อวัยวะภายในต่าง ๆ เข้าอยู่ในเซลล์และแบ่งตัวเพิ่มจำนวนโดยไม่อาศัยเพศ ผลผลิตคือกลมที่เรียกว่าซิสต์เทียม (pseudocyst) ภายในก้อนมีแทไคซอยต์ (tachyzoite) 8-32 ตัว รูปคล้ายกล้วยหอม ถ้าซิสต์แตก แทไคซอยต์เข้าเซลล์ข้างเคียงและพัฒนาไปเป็นซิสต์อีก เมื่อภูมิคุ้มกันของสัตว์ต่อต้าน แทไคซอยต์เข้าเซลล์อวัยวะภายในที่ภูมิคุ้มกันเข้าไม่ถึง เช่น สมอง กล้ามเนื้อ หัวใจ ลูกตา และแบ่งตัวอย่างช้า ๆ และสร้างผนังมาห่อหุ้มกลุ่มตนเองไว้ เรียกว่าซิสต์ (tissue cyst) ภายในมีแบรดีซอยต์ (bradyzoite) รูปเหมือนกับแทไคซอยต์ จำนวนมากได้ถึง 3000 ตัว
แมวติดเชื้อจากการกินเนื้อสัตว์ที่มีแบรดีซอยต์ ในลำไส้แมว เชื้อแบรดีซอยต์ เข้าเซลล์บุผนังลำไส้เล็ก แบ่งตัวเพิ่มจำนวนแบบไม่อาศัยเพศ ทำให้เซลล์แตก เมโรซอยต์ออกมาและเข้าเซลล์ข้างเคียงและแบ่งตัวเพิ่มจำนวนต่อไป ระหว่างนั้น เมโรซอยต์ส่วนหนึ่งที่เข้าเซลล์จะไม่แบ่งตัว แต่จะพัฒนาไปเป็นมาโครแกมีตและไมโครแกมีต ทำปฏิสนธิกันได้เป็นไซโกต สร้างผนังหุ้มกลายเป็นโอโอซิสต์อ่อน ซึ่งออกมากับอุจจาระ เมื่ออุจจาระแปดเปื้อนดินหรือน้ำภายใต้สภาวะที่เหมาะสม จะพัฒนาไปเป็นโอโอซิสต์สุก (sporulated oocyst) มีสปอโรซิสต์สองก้อน แต่ละก้อนมีสปอโรซอยต์สองตัว กระบวนการพัฒนาไปเป็นโอโอซิสต์สุกใช้เวลา ประมาณ 5 วัน
นอกจากแมวจะติดเชื้อโดยวิธีข้างต้นแล้ว ยังอาจติดจากการกินแทไคซอยต์และโอโอซิสต์ได้ด้วย แต่ประสิทธิภาพการติดเชื้อด้อยกว่าแบบแรก

unsporulate tgondii oocyst cyst tachyzoite
โอโอซิสต์ในอุจจาระแมว
โอโอซิสต์สุก
ซิสต์ในสมอง
แทไคซอยต์

พบเชื้อที่ใดบ้าง
พบได้ทั่วโลกโดยเฉพาะเขตร้อนและเขตชิดร้อน รวมทั้งประเทศไทยพบการติดเชื้อทั้งในคนปกติและคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ผู้ติดเชื้อมีอาการอย่างไร
ในระยะเฉียบพลัน คนที่มีภูมิคุ้มกันปกติมักไม่มีอาการหรือมีก็เล็กน้อยจนไม่สังเกตหรืออาการไม่จำเพาะ ทำให้ไม่เข้ารับการรักษาโรงพยาบาล เช่น อาการคล้ายเป็นไข้หวัด มีอาการปวดศีรษะ ปวดกล้าม บางรายมีอาการต่อมน้ำเหลืองที่ต้นคอ มุมกราม หลังใบหู โต เป็นต้น ซึ่งบรรเทาและหายไปเองได้และเข้าสู่ระยะเรื้อรัง
ในระยะเรื้อรัง เชื้อในสมองและกล้ามเนื้อยู่ในรูปซิสต์ มีผนังหุ้ม หลบจากภูมิคุ้มกัน ผู้ติดเชื้อจึงไม่แสดงอาการป่วยแต่อย่างใดและมีชีวิตปกติ แต่ถ้าเชื้อที่เข้าลูกตาอาจทำให้เกิดโรคจอตาและเยื่อโครอยด์อักเสบตามมาใน 1 ปี ถึง 3.5 ปี
สำหรับ (1) ผู้ติดเชื้อ เอช ไอ วี และมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (2) ผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องจากเหตุอื่น เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะและได้ยากดภูมิคุ้มกัน ซิสต์ในสมองจะแตกและเชื้อแพร่กระจายไปในสมองและทั่วร่างกาย เกิดสมองอักเสบ และเสียชีวิต
ทารกในครรภ์ที่ได้รับเชื้อจากมารดา อาการขึ้นกับว่าได้รับเชื้อตอนไหน หากได้รับในช่วงอายุ 4 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เด็กที่คลอดจะมีอาการรุนแรง เช่น สมองและไขสันหลังอักเสบ หินปูนเกาะเนื้อสมอง หัวบาตรหรือหัวลีบ และจอตาและโครอยด์อักเสบ หากเด็กรอดชีวิตอาจมีปัญญาอ่อนหรือไอคิวต่ำ

เชื้อติดต่อสู่คนได้ทางใดบ้าง

pregnancy

คนติดเชื้อจาก (1) การกินเนื้อสัตว์ที่มีแบรดีซอยต์ โดยไม่ปรุงให้สุก เช่น สเต็ก ลาบดิบ เป็นต้น (2) กินโอโอซิสต์ที่แปดเปื้อนอยู่ในอาหาร น้ำดื่ม มือตนเอง (3) รับเลือด หรือปลูกถ่ายอวัยวะจากผู้เป็นโรค (4) เชื้อจากมารดาเข้าสู่ทารกในครรภ์

burger ham steak lahb cat


 

จะวินิจฉัยโรคได้อย่างไร
ตรวจหาเชื้อยากจึงมักตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อแทน แต่ในผู้ป่วยเอดส์มีภูมิมคุ้กันบกพร่อง การตรวจแบบนี้จึงไม่ช่วยมากนัก

มีการป้องกันใดบ้าง
ดื่มน้ำสะอาด อาหารที่ปรุงสุก ล้างผัก ผลไม้ให้สะอาดในประเทศเขตอบอุ่นหรือหนาวและเลี้ยแมวในบ้านควรทำความสะอาดถาดอุจจาระแมวด้วยน้ำร้อนเพื่อทำลายโอโอซิสต์ หญิงมีครภ์ควรหลีกเลี่ยงการอุ้มแมวหรือล้างถาดอุจจาระแมว

รักษาโรคอย่างไร
ไทรเมโทรพริม-ซัลฟาเมท็อกซาโซล หรือยาที่มีชื่อการค้าว่า แบคทริม โคทริม เซปทรา

คำศัพท์


อ่านเพิ่มเติม
นิมิตร มรกต, เกตุรัตน์ สุขวัจน์. ปรสิตวิทยาทางการแพทย์. โปรโตซัวและหนอนพยาธิ. เชียงใหม่: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๖, ๔๗๗ หน้า.