
ปวดเข่า ลุกนั่งลำบาก อย่าปล่อยผ่าน
แพทย์ มช. เผยข้อเข่าเสื่อมเกิดได้แม้อายุยังน้อย
รู้ทันสาเหตุ ก่อนข้อเข่าพังก่อนวัย
.
เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยง พร้อมสัญญาณเตือนข้อเข่าเสื่อม
รู้ทันสาเหตุ ดูแลให้ถูก ก่อนกระทบชีวิตประจำวัน
.
ข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่แค่โรคของผู้สูงอายุ รู้ทันสาเหตุและสัญญาณเตือน ก่อนข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าวัย
.
อาการปวดเข่าเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกว่าอาการปวดเกิดจากภายในข้อเข่า หรือเกิดจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณรอบข้อเข่า เพราะแต่ละสาเหตุมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ อาการปวดที่เกิดจากความผิดปกติภายในข้อเข่าและนำไปสู่ภาวะข้อเข่าเสื่อม ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่สามารถพบได้ในคนอายุน้อยเช่นกัน
.
อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่ากำลังเผชิญภาวะข้อเข่าเสื่อม
ผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมอาจมีอาการปวดเข่า เข่าบวม หรือรู้สึกข้อเข่าติดขัด ขยับได้ไม่สะดวก หากโรคดำเนินไปมากจนข้อเข่าผิดรูป จะสังเกตเห็นได้ชัดขณะยืน โดยเข่าอาจมีลักษณะโก่งหรือแบะออกจากแนวปกติ
.
ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร
ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการเสื่อมสภาพและการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับแรงเสียดสี แรงกระแทก หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลายและบางลง เมื่อกระดูกอ่อนสูญเสียสภาพ กระดูกแข็งที่อยู่ใต้กระดูกอ่อนจะรับแรงโดยตรงมากขึ้น จึงทำให้เกิดอาการปวดเข่าได้
.
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเจ็บหรือรู้สึกขัดภายในข้อเข่าขณะเคลื่อนไหว หากสามารถสังเกตอาการและเข้ารับการตรวจรักษาได้ตั้งแต่ระยะแรก ก็อาจช่วยชะลอความเสื่อมและหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้ในบางราย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค
.
ข้อเข่าเสื่อมมีกี่ประเภท
ภาวะข้อเข่าเสื่อมแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
1. ข้อเข่าเสื่อมปฐมภูมิ
เป็นภาวะข้อเข่าเสื่อมที่ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเฉพาะหรือปัจจัยกระตุ้นอื่นที่ชัดเจน แต่สัมพันธ์กับกระบวนการเสื่อมของข้อเข่า โดยพบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีอายุมาก
2. ข้อเข่าเสื่อมทุติยภูมิ
เป็นภาวะข้อเข่าเสื่อมที่เกิดตามหลังความผิดปกติหรือการบาดเจ็บของข้อเข่า เช่น การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล ซึ่งมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุและแรงกระแทกบริเวณหัวเข่าได้บ่อย
การบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกเข่าหรือการฉีกขาดของเอ็นไขว้หน้าเข่า อาจทำให้ข้อเข่าขาดความมั่นคงหรือเกิดภาวะเข่าหลวม เมื่อมีการเคลื่อนไหวจึงเกิดแรงเสียดสีและความเสียหายต่อกระดูกอ่อนผิวข้อได้ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าปกติได้
.
นอกจากการบาดเจ็บแล้ว ยังมีภาวะอื่นที่ส่งผลต่อข้อเข่าได้ เช่น โรคข้ออักเสบจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันตนเอง หรือภาวะเลือดออกภายในข้อ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้จึงควรใส่ใจอาการผิดปกติ หากเกิดอาการปวดเข่าขึ้นมา ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
.
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อมปฐมภูมิ
แม้ข้อเข่าเสื่อมจะพบได้ในคนหลายกลุ่ม แต่มีปัจจัยบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ทำให้ข้อเข่าต้องรับแรงกดหรือแรงกระแทกซ้ำ ๆ ได้แก่
1. ผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงชาวเอเชีย
ผู้หญิงมีโอกาสพบภาวะข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น นอกจากนี้ วิถีชีวิตบางอย่าง เช่น การนั่งกับพื้น นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานาน อาจเพิ่มแรงกดบริเวณข้อเข่า ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อรับแรงมากขึ้นและเกิดการสึกหรอได้
2. พระสงฆ์
กิจวัตรที่ต้องลุกขึ้นหรือนั่งลงบ่อย ๆ อาจทำให้ข้อเข่าต้องรับแรงซ้ำ ๆ จึงควรระมัดระวังอาการปวดเข่าและสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้น
3. ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ลักษณะงานที่ต้องก้มตัว ย่อตัว หรืออยู่ในท่าที่ทำให้เข่างอเป็นเวลานาน อาจเพิ่มภาระให้ข้อเข่าและส่งผลต่อสุขภาพข้อเข่าในระยะยาว
4. คุณครูหรือผู้ที่ต้องเดินขึ้นลงบันไดบ่อย
การเดินขึ้นลงบันไดเป็นประจำทำให้ข้อเข่าต้องรับแรงมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทำซ้ำ ๆ ทุกวัน นอกจากนี้ การใส่รองเท้าส้นสูงอาจส่งผลต่อการกระจายแรงและการลงน้ำหนักขณะเดิน จึงควรเลือกใช้รองเท้าที่เหมาะสมกับการใช้งาน
5. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก
น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทำให้ข้อเข่าต้องรับแรงมากขึ้น โดยเฉพาะขณะเดินหรือทำกิจกรรมที่มีแรงกระแทก มีข้อมูลที่มักใช้อธิบายกันว่า แรงที่ข้อเข่ารับขณะเดินอาจสูงถึงประมาณ 7 เท่าของน้ำหนักตัวในบางสถานการณ์ เมื่อข้อเข่าต้องรับแรงมากอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเพิ่มภาระต่อกระดูกอ่อนผิวข้อและเร่งให้เกิดการเสื่อมได้
.
เช็กสัญญาณเตือน แบบไหนที่ควรสงสัยข้อเข่าเสื่อม
พฤติกรรมบางอย่างอาจทำให้สังเกตพบอาการผิดปกติของข้อเข่าได้ เช่น
• นั่งยอง ๆ แล้วมีอาการปวดตื้อบริเวณสะบ้าหัวเข่า
• นั่งขัดสมาธิเป็นเวลานานแล้วรู้สึกปวดตื้อ ๆ บริเวณสะบ้าหัวเข่า
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าข้อเข่ากำลังมีความผิดปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นข้อเข่าเสื่อมเสมอไป เพราะยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการลักษณะเดียวกันได้ หากอาการเกิดขึ้นบ่อย เป็นต่อเนื่อง หรือรบกวนการใช้ชีวิต ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
.
อาการข้อเข่าเสื่อมที่ไม่ควรมองข้าม
• ปวดเข่า โดยเฉพาะขณะเคลื่อนไหวหรือใช้งานข้อเข่า
• มีเสียงดังภายในข้อเข่าเวลาขยับ
• ข้อเข่ายึดติดหรือติดขัด ทำให้เคลื่อนไหวได้ลดลง
• ข้อเข่าบวม
• ข้อเข่าผิดรูป
• รู้สึกข้อเข่าไม่มั่นคงหรือเข่าหลวม
หากมีอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินความรุนแรงและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ในกรณีที่โรครุนแรงหรือมีข้อบ่งชี้เฉพาะ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดตามความเหมาะสม ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายที่จำเป็นต้องผ่าตัด
.
ป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไร
การดูแลข้อเข่าในชีวิตประจำวันสามารถช่วยลดภาระที่ข้อเข่าต้องรับ และส่งเสริมให้ข้อเข่าใช้งานได้ดีขึ้น โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เพิ่มภาระให้ข้อเข่า
ลดการเดินขึ้นลงบันไดโดยไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบหรือนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานาน และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดแรงที่กระทำต่อข้อเข่า
.
2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
เลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบถ้วน โดยเน้นผัก ผลไม้ และอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อสุขภาพโดยรวม
.
3. พิจารณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเหมาะสม
ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวถึงในการดูแลสุขภาพข้อเข่า ได้แก่ สารสกัดจากงาดำ อะโวคาโด ขมิ้น กลูโคซามีน (glucosamine) และคอลลาเจน
.
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีหลักฐานสนับสนุนประสิทธิผลแตกต่างกัน และไม่สามารถรับประกันว่าจะป้องกันหรือรักษาข้อเข่าเสื่อมได้ ผู้ที่สนใจควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเป็นประจำ
.
4. บริหารข้อเข่าและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงข้อเข่าและส่งเสริมการเคลื่อนไหว ตัวอย่างกิจกรรม ได้แก่ การเดินและการปั่นจักรยานอยู่กับที่ โดยควรปรับระดับแรงต้านให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความสามารถของข้อเข่า
.
นอกจากนี้ ยังสามารถฝึกบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและฝึกเหยียดเข่าได้ เช่น การนั่งเหยียดเข่าและค้างไว้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม หากต้องการเพิ่มแรงต้านหรือถ่วงน้ำหนัก ควรเลือกตามความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดเข่าอยู่แล้ว ไม่ควรฝืนออกกำลังกายจนปวดมากขึ้น
.
ข้อเข่าเสื่อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุ การสังเกตอาการผิดปกติ ปรับพฤติกรรมที่เพิ่มภาระให้ข้อเข่า ควบคุมน้ำหนัก และดูแลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ล้วนเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพข้อเข่า หากมีอาการปวดเข่าต่อเนื่องหรือเคลื่อนไหวลำบาก ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ
.
ขอบคุณข้อมูลจาก : รศ.ดร.นพ.สักกาเดช ลิ้มมหาคุณ หัวหน้าภาควิชาออร์โทปิดิกส์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
#ข้อเข่าเสื่อม #ปวดเข่า #เข่าติด #ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย #ดูแลข้อเข่า #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU
