mourning ribbon

เพราะทุกการให้…คือการต่อลมหายใจให้อีกหลายชีวิต คณะแพทยศาสตร์ มช. ชวนร่วมบริจาคโลหิต ต่อโอกาสรอดของผู้ป่วย

เพราะทุกการให้…คือการต่อลมหายใจให้อีกหลายชีวิต
คณะแพทยศาสตร์ มช. ชวนร่วมบริจาคโลหิต ต่อโอกาสรอดของผู้ป่วย

วันที่ 14 มิถุนายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันผู้บริจาคโลหิตโลก” ซึ่งเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 โดยตรงกับวันคล้ายวันเกิดของ Karl Landsteiner แพทย์ชาวออสเตรีย ผู้ค้นพบระบบหมู่โลหิต ABO อันเป็นรากฐานสำคัญของวงการแพทย์สมัยใหม่ และทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาสรีรวิทยาและการแพทย์ ในปี ค.ศ. 1930

การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงระบบบริการโลหิตทั่วโลก แต่ยังทำให้วันนี้กลายเป็น “วันแห่งการขอบคุณ” ผู้บริจาคโลหิตทุกคน ผู้เสียสละเพื่อช่วยต่อชีวิตให้ผู้อื่น สำหรับวันผู้บริจาคโลหิตโลกปี พศ. 2569 นี้ จัดภายใต้แนวคิดหลักขององค์การอนามัยโลก (WHO) คือ “One Drop of Humanity. Give Blood. Save Lives.” โลหิตทุกถุง บริจาคเพื่อมนุษยชาติ ให้โลหิต ให้ชีวิต

สถานการณ์โลหิต…ยังต้องการความช่วยเหลือ
สำหรับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ซึ่งรักษาโรคที่มีความซับซ้อน ความต้องการใช้โลหิตเพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ป่วย จึงมีปริมาณมากด้วย โดยปัจจุบันพบว่าปริมาณโลหิตยังคงต่ำกว่าความต้องการเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงปี พ.ศ. 2563–2565 ซึ่งถือเป็นช่วงวิกฤตที่จำนวนผู้บริจาคลดลงอย่างมาก
แม้ในปี พ.ศ. 2566 สถานการณ์จะเริ่มฟื้นตัว แต่จำนวนผู้บริจาคยังเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย จากเดิมก่อนโควิดที่มีประมาณ 30,000–32,000 รายต่อปี ลดลงเหลือ 20,000–22,000 รายต่อปีในช่วงวิกฤต และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 24,000 ยูนิตต่อปี ซึ่งยังคงต่ำกว่าความต้องการใช้โลหิตจริงจำนวนประมาณ 30,000–35,000 ยูนิตต่อปี ดังนั้น จึงยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเชิญชวนประชาชนที่มีสุขภาพดี ร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง

มาตรฐานความปลอดภัย…มั่นใจได้ทุกขั้นตอน
การบริจาคโลหิตในปัจจุบันมีความปลอดภัยสูง เริ่มตั้งแต่การลงทะเบียน ตรวจวัดสัญญาณชีพ คัดกรองความเข้มข้นของเลือด ไปจนถึงกระบวนการเจาะเก็บโลหิตแบบปราศจากเชื้อ
มีการใช้เทคโนโลยี Sample diversion pouch เพื่อลดความเสี่ยงการปนเปื้อน และสามารถเลือกบริจาคได้ทั้งโลหิตทั่วไป หรือเกล็ดเลือดด้วยเครื่องแยกส่วนประกอบอัตโนมัติ
โลหิตที่ได้รับจะถูกแยกเป็นส่วนประกอบหลัก ได้แก่ เม็ดเลือดแดง พลาสมา และเกล็ดเลือด พร้อมผ่านกระบวนการกรองเม็ดเลือดขาว และในบางกรณีมีการฉายรังสีเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ก่อนนำไปใช้ โลหิตทุกยูนิตจะผ่านการตรวจอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจหมู่โลหิต ตรวจกรองแอนติบอดีต่อเม็ดเลือดแดง และตรวจหาเชื้อโรคสำคัญ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบี ซี และซิฟิลิส รวมถึงการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกขั้นตอน

โลหิต 1 ถุง…ช่วยได้มากกว่าหนึ่งชีวิต
โลหิต 1 ถุง ไม่ได้ช่วยผู้ป่วยเพียงคนเดียว แต่สามารถช่วยได้ถึง 3 คน เนื่องจากเลือดที่ได้รับจากการบริจาค จะถูกนำไปปั่นแยกออกเป็น
• เม็ดเลือดแดง สำหรับผู้ป่วยภาวะซีดหรือเสียเลือด
• เกล็ดเลือด สำหรับผู้ป่วยเกล็ดเลือดต่ำหรือมีเลือดออกง่าย
• พลาสมา สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด

เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนบริจาคโลหิต
เพื่อความปลอดภัย ผู้บริจาคควรเตรียมตัวดังนี้
• นอนหลับอย่างน้อย 5 ชั่วโมง
• ร่างกายแข็งแรง ไม่มีอาการป่วย
• งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
• งดอาหารไขมันสูง 6 ชั่วโมง
• งดสูบบุหรี่ก่อนบริจาคอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
• หลีกเลี่ยงยาบางชนิด

ร่วมเป็น “ผู้ให้”…ได้ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
การบริจาคโลหิต ไม่ใช่เพียงการ “ให้” แต่คือการ “ต่อชีวิต” ให้กับผู้ป่วยที่กำลังรอความหวัง
ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตได้ที่
ห้องรับบริจาคโลหิต ชั้น 1 อาคารศรีพัฒน์
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–16.00 น.
(ปิดพักเที่ยง 12.00–13.00 น. เฉพาะวันที่มีออกหน่วยนอกสถานที่)
ปิดทำการวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-5393-5624
เพราะ “เลือดหนึ่งถุง” ของคุณ…อาจเป็น “ชีวิตทั้งชีวิต” ของใครอีกคน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :ทนพญ.ไพรจิตร ตานัน หัวหน้างานธนาคารเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
เรียบเรียง: นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว: งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

#วันผู้บริจาคโลหิตโลก#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช. #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu #วันผู้บริจาคโลหิตโลก #WBDD2026