
📱 ยุคนี้ไม่ต้องไปโรงพยาบาล? แพทย์ มช. ชี้ Telemedicine เหมาะกับใคร
.
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ก็ปรับตัวตามไปด้วย หนึ่งในรูปแบบบริการที่ได้รับความสนใจคือ Telemedicine หรือ “โทรเวชกรรม” ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพบแพทย์ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาล
.
Telemedicine คืออะไร?
Telemedicine หรือ โทรเวชกรรม คือการให้บริการทางการแพทย์ทางไกล โดยผู้ป่วยสามารถพบแพทย์ผ่านอุปกรณ์สื่อสาร เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาล
.
รูปแบบการรักษานี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องมาติดตามอาการเป็นประจำ สามารถ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง พร้อมทั้งลดความแออัดในการมารับบริการที่โรงพยาบาล
.
พบหมอออนไลน์ได้ “ทุกโรค” จริงหรือไม่?
แม้ Telemedicine จะช่วยให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์สะดวกขึ้น แต่ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถใช้ได้กับทุกโรค เนื่องจากยังมีข้อจำกัดและเกณฑ์การพิจารณาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ได้แก่
ต้องเป็นผู้ป่วยรายเดิม ที่เคยมีประวัติการรักษากับโรงพยาบาลมาก่อน
อาการต้องคงที่ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าสามารถติดตามอาการผ่านระบบออนไลน์ได้หรือไม่
ผู้ป่วยต้องมีความพร้อมด้านอุปกรณ์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพื่อให้การสื่อสารระหว่างแพทย์และผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
.
ดังนั้น Telemedicine จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่อยู่ในช่วง ติดตามอาการหรือรับคำปรึกษาเพิ่มเติม มากกว่าการตรวจวินิจฉัยโรคใหม่ที่ต้องใช้การตรวจร่างกายโดยตรง
.
ขั้นตอนการรับบริการ Telemedicine
สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการเปลี่ยนจากการมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล มาใช้บริการ Telemedicine สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนดังนี้
1. แจ้งความประสงค์กับแพทย์เจ้าของไข้
ในวันที่มาตรวจตามนัดปกติ ผู้ป่วยสามารถแจ้งแพทย์ว่าต้องการพบแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine ในการนัดหมายครั้งถัดไป
2. เตรียมความพร้อมในการใช้งาน
แพทย์จะส่งผู้ป่วยไปยัง ศูนย์บริการการแพทย์ทางไกล ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระบารมี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตั้งแอปพลิเคชัน Line ส่วนดอก และแนะนำวิธีการใช้งาน
3. วันนัดหมายพบแพทย์ออนไลน์
ก่อนถึงวันนัดหมาย 1 วัน ระบบจะส่งลิงก์ยืนยันการนัดหมาย และในวันนัดจริงจะส่งลิงก์สำหรับเข้าห้องตรวจออนไลน์
4. การชำระเงินและรับยา
หลังการตรวจ ผู้ป่วยสามารถ ชำระเงินผ่าน QR Code ที่ได้รับจากทางโรงพยาบาล โดยยาจะถูกจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ รวมถึงยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น ยาเย็น นอกจากนี้ เภสัชกรจะโทรศัพท์ให้คำแนะนำการใช้ยาเพิ่มเติมอีกครั้ง
จุดเด่นของบริการ Telemedicine
บริการ Telemedicine ไม่ได้จำกัดเฉพาะการพูดคุยกับแพทย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลผู้ป่วยแบบ สหสาขาวิชาชีพ โดยทีมบุคลากรด้านสุขภาพสามารถเข้าร่วมดูแลได้พร้อมกัน เช่น
• แพทย์
• พยาบาล
• เภสัชกร
• โภชนากร
• นักจิตบำบัด หรือ นักกายภาพบำบัด
.
นอกจากนี้ ญาติหรือผู้ดูแล ยังสามารถเข้าร่วมฟังคำแนะนำจากแพทย์พร้อมกับผู้ป่วยได้ แม้จะอยู่คนละสถานที่ ช่วยให้การดูแลรักษามีความเข้าใจตรงกันมากขึ้น
.
ในด้านความปลอดภัยของข้อมูล ระบบ Telemedicine ของโรงพยาบาลใช้มาตรฐานเดียวกับการรับบริการที่โรงพยาบาล และดำเนินการตาม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
.
ข้อจำกัดและข้อควรระวัง
แม้ Telemedicine จะมีความสะดวก แต่ก็มีข้อจำกัดที่ผู้ป่วยควรทราบ ได้แก่
• ไม่ใช่บริการฉุกเฉิน หากเกิดอุบัติเหตุหรือมีอาการทรุดลงอย่างกะทันหัน ควรรีบไปห้องฉุกเฉินทันที
• ควรใช้งานในพื้นที่ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตเสถียร และไม่ควรใช้บริการขณะขับรถเพื่อความปลอดภัย
• ระวังมิจฉาชีพ โดยควรใช้บริการผ่านช่องทางทางการของ Line ส่วนดอก เท่านั้น
เทคโนโลยีที่ช่วยให้การรักษาใกล้ตัวมากขึ้น
Telemedicine เป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบสาธารณสุข ที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้บริการควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยและปลอดภัยที่สุด
.
บริการนี้จึงเป็น ทางเลือกใหม่ของการดูแลสุขภาพ ที่ช่วยเชื่อมต่อผู้ป่วยกับทีมแพทย์ได้ แม้อยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาลก็ตาม
.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ผศ.ดร.นพ.ภาสกร สวัสดิรักษ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ![]()
# Telemedicine #สุขภาพดีกับหมอสวนดอก #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu
