
แพทย์ มช. แนะล้างตาหรือใช้น้ำตาเทียม ลดชั่วโมงการใส่คอนแทคเลนส์ สวมแว่นป้องกันฝุ่น เพราะดวงตาไม่ได้มีอะไหล่ อย่าปล่อยให้ฝุ่น PM 2.5 ทำลายตาโดยไม่รู้ตัว!
.
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ยังคงวิกฤตในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยเงียบที่ทำร้าย “ดวงตา” ของเราอย่างคาดไม่ถึง
.
รศ.นพ.พิชญ์ อุปพงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. ให้ข้อมูลว่า “PM 2.5 มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ถึง 20–30 เท่า ทำให้ขนจมูกไม่สามารถกรองได้ เมื่อสูดดมเข้าไปฝุ่นจะลงลึกถึงถุงลมปอด ซึมเข้าสู่กระแสเลือด และกระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย นอกจากนี้ยังมีดวงตาที่สัมผัสกับฝุ่นโดยตรง ผลกระทบต่อสุขภาพที่ต้องเฝ้าระวัง ระยะสั้น มีอาการไอ จาม ระคายเคืองคอ มีเสมหะ กระตุ้นภูมิแพ้และหอบหืดให้รุนแรงขึ้น ผลต่อผิวหนังและดวงตา เกิดผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ กระตุ้นโรคตาแห้ง และภูมิแพ้ที่ตาให้รุนแรงมากขึ้น หรือระคายเคืองอย่างรุนแรงหากได้รับฝุ่นสะสมเป็นเวลานาน
.
วิธีป้องกันและดูแลดวงตาอย่างถูกวิธีเพื่อให้ดวงตาปลอดภัยจากวิกฤตฝุ่น มีข้อแนะนำในการปฏิบัติตัว ดังนี้
- การสวมแว่นป้องกันฝุ่น
เลือกแว่นที่ปิดมิดชิด: ควรใส่แว่นตาที่ช่วยกำบังลมและฝุ่นได้รอบด้าน
งดคอนแทคเลนส์: ในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง (ระดับสีส้มหรือแดง) ควรเปลี่ยนมาสวมแว่นตาแทน เพื่อลดการสะสมของฝุ่นบนผิวสัมผัสดวงตาที่อาจทำให้เกิดการอักเสบ
- วิธีล้างตาเมื่อระคายเคือง
ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ หากรู้สึกเคืองตา ให้ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือสำหรับล้างตาโดยเฉพาะค่อยๆ ชะล้างฝุ่นออก ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด การขยี้ตาขณะมีฝุ่นขนาดเล็กอาจทำให้กระจกตาบาดเจ็บหรือเกิดการอักเสบตามมา และหมั่นหยอดน้ำตาเทียม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและชะล้างฝุ่นละอองขนาดเล็กออกจากดวงตาได้ในระหว่างวัน
.
รศ.นพ.พิชญ์ แนะนำเพิ่มเติมว่า “ประชาชนควรหมั่นตรวจสอบค่าฝุ่นผ่านแอปพลิเคชัน เช่น AirVisual หรือ Air4Thai ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง หากค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้มหรือแดง ควรปฏิบัติดังนี้ สวมหน้ากาก N95 ที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นสูง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้เครื่องฟอกอากาศภายในที่พักอาศัย โดยเฉพาะในห้องนอน
.
แม้ PM 2.5 จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ผลกระทบนั้นรุนแรงและสะสมในระยะยาว การป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน”
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ![]()
https://www.facebook.com/share/p/1AqwThJE5Y/
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.นพ.พิชญ์ อุปพงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียง: นันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว: งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
#PM 2.5 #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmu
