
โดย
ศ.พญ.ณหทัย วงศ์ปการันย์
และแพทย์ประจำบ้านสาขาจิตเวชศาสตร์
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. 2553
ปัจจุบันพบว่าอัตราการฆ่าตัวตายของผู้สูงอายุสูงกว่าวัยหนุ่มสาว อาจจะเนื่องมาจากความเครียด ในการทำงานของกลุ่มผู้ใหญ่ และความเหงาในวัยสูงอายุ ปัจจัยเสี่ยงในผู้สูงอายุที่ฆ่าตัวตาย คือ การอยู่โดดเดี่ยว คู่สมรสเสียชีวิต กังวลใจ ด้านการเงิน และสุขภาพไม่สมบูรณ์ดังแต่ก่อน รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตที่พบในกลุ่มวัยสูงอายุจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการสังเกตดูผู้สูงอายุใกล้ตัวของท่าน ว่ามีความเสี่ยงต่อการที่เขาเหล่านั้นจะทำร้ายตัวเองหรือไม่
ท่านมีปัจจัยเสี่ยงในการทำร้ายตัวเองหรือไม่
1. มีความคิดหรือพฤติกรรมเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย เช่น เคยมีประวัติการทำร้ายตัวเองหรือพยายามฆ่าตัวตาย มีความรู้สึกเบื่อหน่ายท้อแท้ไม่อย่ามีชีวิตอยู่มีความคิดปรารถนาที่จะฆ่าตัวตาย มีการวางแผน หรือเขียนจดหมายลาตาย
2. ญาติของท่านมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือเคยฆ่าตัวตายมาก่อน
3. มีปัญหาด้านสติปัญญาซึ่งหมายถึงทั้งความผิดปกติทางด้านสติปัญญา ปัญหาทางด้านอารมณ์ซึ่งรวมถึงโรคซึมเศร้า
4. ปัญหาโรคทางจิตเภท หรือการใช้สารเสพติดใด ๆ (รวมถึงบุหรี่และสุรา)
5. มีบุคลิกภาพเป็นคนหัวแข็ง อารมณ์ไม่มั่นคง ไม่มีความสามารถในการจัดการกับปัญหา และมีแนวโน้มที่จะโทษตนเอง
6. มีโรคประจำตัวที่เรื้อรังและรักษาไม่หาย
7. มีเหตุการณ์ที่เลวร้ายผ่านเข้ามาในชีวิตเช่น สูญเสียคู่ครอง ถูกทอดทิ้งการเกษียณ หรือออกจากงาน หรือปัญหาเศรษฐกิจ
8. มีปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวันหรือต้องพึ่งพาผู้อื่น
9. ผู้สูงอายุเหล่านี้มักเป็นโรคซึมเศร้าซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่ความคิดฆ่าตัวตาย
ท่านมีอาการเช่นนี้หรือไม่ ?
– อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นคนเศร้าสร้อย ร้องไห้บ่อย เบื่อหน่ายที่จะทำสิ่งเดิมๆที่เคยชอบทำมาก่อน
– ความคิดเปลี่ยนแปลงไป มองว่าอะไร ๆ ในชีวิตแย่ไปหมด มองเห็นแต่ ความผิดพลาดล้มเหลวรู้สึกตัวเองไร้ค่า
– มีอาการเจ็บป่วยทางร่างกายหลายอาการและไม่สามารถหาสาเหตุจากโรคทางกายได้รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง การนอนไม่ปกติ รู้สึกเบื่ออาหาร บางคนอาจมีความปวดตามทั่วตัว
– สมาธิความจำแย่ลง หลงลืมบ่อย ๆ บางครั้งอาจบอกว่าไม่อยากอยู่ หรือบางคนอาจพูดว่าอยากหลับไปเลย
– มีความคิดอยากตายผุดขึ้นมาบ่อย ๆ บางครั้งอาจบอกว่าไม่อยากอยู่ หรือบางคนอาจพูดว่าอยากไม่หลับไปเลย
ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักแสดงความรู้สึกซึมเศร้า ท้อแท้สิ้นหวัง ไม่มีเรี่ยวแรง อย่างไรก็ตาม ในผู้สูงอายุที่มีอาการซึมเศร้า อาจจะไม่ได้แสดงอาการซึมเศร้าออกมาอย่างชัดเจน จึงเป็นหน้าที่ของคนใกล้ตัว ที่จะสังเกตภาวะซึมเศร้าที่ซ่อนอยู่นั้น และปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา
ปัจจัยที่ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายของผู้สูงอายุ
1. การมองเห็นความหมายและความสำคัญในการใช้ชีวิต
2. การมีความรู้สึกภาพภูมิใจในตนเอง
3. การฝึกปฏิบัติธรรมะ การทำสมาธิ
4. การมีครอบครัวและสังคมที่คอยเกื้อหนุนอย่างใกล้ชิด
5. มีพฤติกรรมการดูแลรักษาสุขภาพตนเองให้สมบูรณ์
6. ถามหาความช่วยเหลือจากคนรอบข้างเมื่อท่านไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้
7. การหากิจกรรมที่รู้สึกมีความสุขหรือเพลิดเพลินทำ
คำแนะนำสำหรับญาติ
ผู้สูงอายุที่มีโรคซึมเศร้า เป็นคนที่ต้องการความช่วยเหลือ การฆ่าตัวตายของผู้สูงอายุนั้น เป็นการหาทางออก เนื่องจากท่านไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ทั้งหมดนี้เห็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ หากเราเพิ่มความใส่ใจต่อคนใกล้ตัวของเราให้มากขึ้น การพูดคุยกันบางครั้งก็สามารถที่จะช่วยผู้สูงอายุเหล่านี้ได้
“อย่ากลัวที่จะถามถึงเรื่องการฆ่าตัวตาย”
เพราะการพูดถึงเรื่องการฆ่าตัวตายไม่ได้ทำให้ผู้สูงอายุฆ่าตัวตายจริง ๆ แต่จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ระบายความทุกข์ใจของท่านให้เราได้รับรู้ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือท่านได้
“โลกนี้ยังสดใส หากเราใส่ใจกันมากขึ้น”
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกจิตเวชผู้สูงอายุ ห้องตรวจเบอร์ 24
ชั้น 2 อาคารตะวัน กังวานพงศ์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ทุกวันอังคาร เวลา 14.00-16.00 น.
อ้างอิงจาก : http://www.med.cmu.ac.th/dept/psychiatry/artical02.php
