mourning ribbon

คณะแพทยศาสตร์ มช. “ยกระดับห้องตรวจตา โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เสริมศักยภาพการให้บริการผู้ป่วยนอก สู่มาตรฐานการรักษายุคใหม่”

คณะแพทยศาสตร์ มช. “ยกระดับห้องตรวจตา โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
เสริมศักยภาพการให้บริการผู้ป่วยนอก สู่มาตรฐานการรักษายุคใหม่”

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้ายกระดับบริการด้านจักษุวิทยา โรงพยาบาลมหาราชนคร-เชียงใหม่ ปรับปรุง “ห้องตรวจตาเบอร์ 7 (OPD 7)” ชั้น 7 อาคารศรีพัฒน์ พร้อมเพิ่มจำนวนห้องตรวจจากเดิม 15 ห้อง เป็น 17 ห้อง และพัฒนาพื้นที่สำหรับการตรวจพิเศษและหัตถการให้มีความเหมาะสมและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผู้รับบริการประมาณ 250–300 คนต่อวัน หรือประมาณ 50,000 ครั้งต่อปี พร้อมนำเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาสนับสนุนการตรวจวินิจฉัยและรักษา มุ่งลดความแออัด เพิ่มความสะดวก และยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคตา

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงข่าว “ยกระดับห้องตรวจตา โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เสริมศักยภาพการให้บริการผู้ป่วยนอก สู่มาตรฐานการรักษายุคใหม่” ณ อาคารเฉลิมพระบารมี และอาคารศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มช. โดยได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และอดีตนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมปาฐกถาพิเศษ : “ สืบสาน – รักษา – และต่อยอด”

 

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้ดำเนินโครงการปรับปรุงห้องตรวจตาเบอร์ 7 (OPD 7) ชั้น 7 อาคารศรีพัฒน์ เนื่องจากมีผู้ป่วยเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่เดิมมีความแออัด พื้นที่พักคอยไม่เพียงพอ และสภาพพื้นที่เกิดการชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงพื้นที่ให้มีความเหมาะสมตามมาตรฐานของโรงพยาบาล เพื่อรองรับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ห้องตรวจตาเบอร์ 7 เป็นทั้งพื้นที่สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคตา และเป็นสถานที่สำหรับการเรียนการสอนและการฝึกอบรมทางการแพทย์ของภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. การพัฒนาพื้นที่ในครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนภารกิจด้านการเรียนการสอนและการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถดำเนินไปได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ” รศ.นพ.นเรนทร์ กล่าว
จุดเริ่มต้นของการพัฒนาพื้นที่บริการด้านจักษุวิทยาเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เมื่อภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Eye CMU Run for Sight” เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคตา โดยได้รับเมตตาและการสนับสนุนจาก ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และอดีตนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เงินสนับสนุนในระยะแรกได้นำไปใช้ปรับปรุงห้องตรวจโรคจอตาและวุ้นตา (OPD Retina) ซึ่งแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2563 ต่อมาในปี พ.ศ. 2569 ภาควิชาจักษุวิทยาได้สานต่อการพัฒนาระบบบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปรับปรุงห้องตรวจตาเบอร์ 7 (OPD 7) พร้อมจัดซื้อครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรักษา ลดข้อจำกัดของพื้นที่เดิม และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดูแลผู้ป่วย ตลอดจนสนับสนุนการเรียนการสอนและการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์
โครงการปรับปรุงห้องตรวจตาและการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณรวมทั้งสิ้น 12,000,000 บาท (สิบสองล้านบาทถ้วน) จากมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่และระบบบริการด้านจักษุวิทยา ยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลและการดูแลผู้ป่วยโรคตาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

 

ด้าน รศ.พญ.นภาพร ตนานุวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า “การปรับปรุงห้องตรวจตาครั้งนี้มุ่งพัฒนาทั้งด้านกายภาพของพื้นที่และการรองรับเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคตา รวมถึงรองรับผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ปัจจุบันห้องตรวจตาเบอร์ 7 มีผู้เข้ารับบริการประมาณ 250–300 คนต่อวัน และมีจำนวนผู้รับบริการประมาณ 50,000 ครั้งต่อปี โดยการพัฒนาครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับ “คุณภาพการให้บริการ” ให้ผู้ป่วยได้รับความสะดวกมากขึ้น ลดความแออัด และลดระยะเวลารอคอยตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
ในส่วนของพื้นที่ ห้องตรวจเพิ่มขึ้นจากเดิม 15 ห้อง เป็น 17 ห้อง พร้อมเพิ่มพื้นที่สำหรับบริการตรวจพิเศษและหัตถการ อาทิ ห้องตรวจลานสายตา ห้องวัดแว่น ห้องเลเซอร์ และห้องสปาตา เพื่อให้การให้บริการมีความเป็นส่วนตัวและเหมาะสมกับผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น
สำหรับบริการใหม่ที่ได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่ การทำสปาตา การรักษากระจกตาด้วยรังสี UV (Corneal collagen crosslinking) และการใช้ Contact lens ชนิดพิเศษเพื่อช่วยการมองเห็น รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการคัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นตา โดยการถ่ายภาพจอตาในผู้ป่วยเบาหวาน จากนั้นแพทย์จะประเมินภาพถ่ายและส่งผลตรวจผ่านข้อความทางไลน์ หากพบความผิดปกติ ผู้ป่วยจะได้รับข้อความนัดหมายให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมต่อไป ช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้รับบริการ โดยโครงการดังกล่าวดำเนินงานร่วมกับ OPD Retina และห้องตรวจอายุรกรรม
นอกจากนี้ ยังมีการนำเครื่องมือและระบบสื่อสารมาสนับสนุนการให้บริการ เช่น การนัดคิวออนไลน์ และการพยาบาลทางไกล (Tele-nursing) เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการและเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย
สำหรับการพัฒนาระยะต่อไป มีแผนนำระบบ “คิวสวนดอก” มาใช้ในไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ. 2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้การบริหารจัดการคิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคำนึงถึงจำนวนผู้ป่วย รวมถึงจำนวนแพทย์และพยาบาลที่ให้บริการ ขณะที่บริการบางส่วนที่อยู่ระหว่างการจัดหาครุภัณฑ์ คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2570 อาทิ เครื่อง IPL สำหรับรักษาภาวะต่อมไขมันอุดตันที่เปลือกตา และเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าจอตา”
รศ.พญ.นภาพร ตนานุวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ประเด็นที่ประชาชนมักสงสัยว่าเหตุใดการตรวจโรคตาจึงใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากการตรวจรักษาโรคตาเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความละเอียด ผู้ป่วยจำนวนมากอาจต้องผ่านการตรวจหลายขั้นตอน เช่น การวัดการมองเห็น การวัดความดันตา การขยายม่านตา การตรวจพิเศษ หรือการทำหัตถการภายในวันเดียวกัน
นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีปัญหาทางตามากกว่าหนึ่งอย่าง จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากจักษุแพทย์เฉพาะทางมากกว่าหนึ่งสาขา ส่งผลให้ระยะเวลาการรับบริการของผู้ป่วยแต่ละรายแตกต่างกัน
สำหรับขั้นตอนการเข้ารับบริการ ผู้ป่วยจะเริ่มจากการยื่นบัตรนัดและผ่านการคัดกรองโรคติดเชื้อ จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการวัดสัญญาณชีพ ตรวจวัดการมองเห็น ซักประวัติ วัดความดันตา หรือขยายม่านตาตามข้อบ่งชี้ ก่อนเข้าพบจักษุแพทย์ โดยแพทย์อาจส่งตรวจพิเศษเพิ่มเติมหรือทำหัตถการตามความเหมาะสม
หลังเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจรักษา ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำจากพยาบาล พร้อมรับบัตรนัดสำหรับการติดตามการรักษาครั้งต่อไป
ผู้ที่ต้องการเข้ารับบริการสามารถนัดหมายล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ของโรงพยาบาล ติดต่อห้องตรวจตาโดยตรงทางโทรศัพท์หรือ Line OA หรือประสานงานผ่านศูนย์ประสานงานและบริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
การพัฒนาห้องตรวจตาเบอร์ 7 (OPD 7) ในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้มีคุณภาพ ทันสมัย และปลอดภัย สอดรับกับจำนวนและความซับซ้อนของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น พร้อมให้ความสำคัญทั้งด้านการรักษาพยาบาล การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อผู้รับบริการ และการสนับสนุนการเรียนการสอนและการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคตาและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอขอบพระคุณมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก และผู้สนับสนุนทุกท่านที่ร่วมสร้างโอกาสแห่งการมองเห็นและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ผู้ป่วยโรคตา”

**************************************************************