
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มช. ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์โรคทางเดินหายใจอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 และโรคติดเชื้อไวรัส RSV อย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนดูแลสุขภาพและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค
นพ.หฤษฎ์ ทองวิทูโกมาลย์ อาจารย์หน่วยวิชาโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “จากข้อมูลการเฝ้าระวังผู้ป่วยของโรงพยาบาล (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 27 มิถุนายน 2569) พบจำนวนผู้ป่วยสะสมโรคไข้หวัดใหญ่จำนวน 884 ราย โรคติดเชื้อไวรัส RSV จำนวน4 ราย และ โรคโควิด-19 จำนวน 91 ราย แม้สถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่าช่วงการระบาดที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโรคเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่นหรือมีการรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก”
นอกจากนี้ จากข้อมูลการเฝ้าระวังของกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรค ยังพบว่าโรคไข้หวัดใหญ่มีผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ เด็กอายุ 5–9 ปี รองลงมาคือเด็กอายุ 0–4 ปี และ 10–14 ปี ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีอัตราการป่วยค่อนข้างสูง จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและสังเกตอาการของตนเองอย่างใกล้ชิด
สำหรับพื้นที่ที่มีอัตราการป่วยค่อนข้างสูง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ พะเยา พิษณุโลก และลำพูน จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง เพิ่มความระมัดระวัง ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล สวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วย และรีบพบแพทย์หากมีไข้หรืออาการทางเดินหายใจ เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค
โรคทางเดินหายใจสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการไอ จาม การพูดคุยในระยะใกล้ รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อปนเปื้อนแล้วนำมือมาสัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะในสถานพยาบาลหรือสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด
5 วิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
1. Mask – สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากทางการแพทย์ขณะปฏิบัติงาน โดยเฉพาะเมื่อต้องใกล้ชิดผู้ป่วยหรืออยู่ในพื้นที่แออัด
2. Hand – ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ และหลังไอหรือจาม
3. Space – เว้นระยะห่างจากผู้อื่นประมาณ 1–2 เมตร เพื่อลดโอกาสรับและแพร่เชื้อ
4. Clean – หมั่นทำความสะอาดพื้นผิวและอุปกรณ์ที่มีการสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะทำงาน โทรศัพท์ และอุปกรณ์สำนักงาน
5. No Group – หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มรับประทานอาหารหรือทำกิจกรรมใกล้ชิดในช่วงที่มีการระบาด เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อระหว่างกัน
หากมีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล หรือสงสัยว่าติดเชื้อทางเดินหายใจ ควรหยุดงาน พักรักษาตัว และรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว การไม่ฝืนมาปฏิบัติงานเมื่อป่วย ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ป่วย เพื่อนร่วมงาน และผู้มาติดต่อทุกคน
การป้องกันโรคทางเดินหายใจไม่ใช่หน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกคนในการดูแลสุขภาพของตนเองและสังคม หากทุกคนร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายของโรค และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน “เพราะการป้องกันที่ดีที่สุด เริ่มต้นได้จากตัวเราเอง”
เรียบเรียงโดย นส.ธัญญลักษณ์ สดสวย งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มช.
#โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ #RSV #ไข้หวัดใหญ่ #Covid19 #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU

