
อาจารย์ภาคปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. เตือน!
“อะแคนทามีบา (Acanthamoeba) ปรสิตใกล้ตัวที่พึงระวัง”
.
เมื่อพูดถึงปรสิต หลายคนอาจนึกถึง “แป๊ว-คำเหนือ” หรือตัวพยาธิที่เรามองเห็นได้ แต่ความจริงแล้วยังมีปรสิตอีกหลายชนิดที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น อะแคนทามีบา ซึ่งพบได้ทั่วไปในธรรมชาติรอบตัวเรา ทั้งจากแหล่งดิน แหล่งน้ำ และฝุ่นละออง และหากบังเอิญเข้าสู่ดวงตาที่มีรอยถลอกเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้เกิดโรคกระจกตาอักเสบได้
.
ใครที่มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ โรคกระจกตาอักเสบจากอะแคนทามีบาไม่ติดต่อจากคนสู่คน พบได้บ่อยในต่างประเทศ รายงานส่วนใหญ่มาจากผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ ซึ่งมีพฤติกรรมการใช้อย่างผิดวิธี เช่น ใส่เลนส์นอนข้ามคืน ใช้เลนส์ร่วมกับเพื่อน ว่ายน้ำหรือล้างตาขณะใส่คอนแทคเลนส์ รวมถึงมีการรักษาความสะอาดที่ไม่ดีพอ เช่น เตรียมน้ำเกลือล้างคอนแทคเลนส์เองจากน้ำประปาที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ไม่เปลี่ยนน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ หรือไม่เปลี่ยนตลับแช่คอนแทคเลนส์ตามกำหนด ซึ่งทำให้เกิดคราบไบโอฟิล์มสะสมและกลายเป็นแหล่งอาหารของอะมีบาได้
.
ในประเทศไทยโรคนี้พบได้ไม่บ่อย ที่ผ่านมามักพบในผู้ที่มีประวัติทำงานหรือทำกิจกรรมที่ต้องสัมผัสกับดินหรือน้ำ อย่างไรก็ตามจากข่าวดังปลายปีที่แล้วพบว่า อะแคนทามีบาเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคตาแดงนับร้อยรายในคอนโดหรูที่กรุงเทพ ซึ่งคาดว่าเกิดจากโครงสร้างของถังเก็บน้ำที่ชำรุดเป็นสนิมและมีรอยรั่วซึม จึงทำให้เชื้อจากดินหรือแหล่งน้ำภายนอกปนเปื้อนเข้าสู่ระบบน้ำของคอนโด
.
เชื้อเข้าดวงตาได้อย่างไร 
การติดเชื้อมักเกิดขึ้นเวลาบังเอิญมีฝุ่นดินหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา แล้วใช้มือขยี้ตาหรือใช้น้ำที่ไม่สะอาดเพียงพอมาล้างตา อะแคนทามีบาซึ่งอาจปนเปื้อนอยู่แล้วในฝุ่นดินหรือในน้ำ จะแทรกตัวเข้าทางรอยถลอกเล็กๆ บนผิวกระจกตาที่เกิดขึ้นจากการขยี้ตานั้น แม้ว่าเราจะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติปกป้องดวงตาอยู่ระดับหนึ่ง แต่หากเกิดบาดแผลบนผิวกระจกตา ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ก็จะเป็นทางเข้าของเชื้อได้ทันที ดังนั้นหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา จึงไม่ควรขยี้ตาแรงๆ เด็ดขาด
.
มีอาการอย่างไร 
อาการทั่วไปได้แก่ ระคายเคือง ตาแดง แพ้แสง เคืองตา ตาพร่ามัว น้ำตาไหลมากผิดปกติ มักเรื้อรังเป็นๆ หายๆ คล้ายกับโรคตาแดงทั่วไปที่เกิดจากจุลชีพตัวอื่นที่พบได้บ่อยกว่า จนทำให้แพทย์อาจมองข้ามสาเหตุจากเชื้อปรสิตและวินิจฉัยผิด เมื่อรักษาด้วยยาต้านจุลชีพตัวอื่น อาการจะไม่ดีขึ้น เมื่อเชื้อลุกลามมากขึ้น มักพบการอักเสบเป็นรูปวงแหวนสีขาวขุ่นที่กระจกตา ซึ่งถ้าได้รับการรักษาทัน เชื้อไม่ลุกลามลึกไปกว่าชั้นกระจกตาจะสามารถป้องกันตาบอดได้ แต่หากปล่อยไว้จนเชื้อลุกลามมาก อาจถึงขั้นต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียาต้านอะแคนทามีบาที่เฉพาะ ยาที่ใช้รักษามักหายากเพราะความต้องการใช้ยานั้นไม่บ่อยเมื่อเทียบกับยาต้านจุลชีพตัวอื่น
.
การป้องกันและดูแลตัวเอง
• หลีกเลี่ยงการใช้น้ำที่ไม่แน่ใจในความสะอาดมาล้างตาโดยตรง
• หากรู้สึกเคืองตา ให้ใช้น้ำสะอาดล้างตา แทนการขยี้ตา เพื่อป้องกันการเกิดรอยถลอกบนกระจกตา ซึ่งจะเป็นทางให้เชื้อเข้าสู่ดวงตาได้
• ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ ต้องรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด ใช้น้ำยาล้างและน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ ที่มีมาตรฐานสามารถฆ่าอะแคนทามีบาได้ และทำความสะอาดตลับแช่เลนส์เป็นประจำ
• ควรตรวจสอบและทำความสะอาดถังเก็บน้ำภายในและภายนอกอาคารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค เนื่องจากอะแคนทามีบาพบได้อยู่แล้วในสิ่งแวดล้อม แม้จะมองไม่เห็น แต่สามารถก่อโรคร้ายแรงได้ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำความเข้าใจถึงแหล่งที่มาของเชื้อและช่องทางเข้าสู่ร่างกาย ระมัดระวังตัวเองด้วยความไม่ประมาท โดยหากมีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับดวงตา ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องทันท่วงที
.
ขอบคุณข้อมูลจาก : รศ.ดร.อัญชลี วรรณสาร อาจารย์ประจำภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช.
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
#คอนแทคเลนส์ #สุขภาพดีกับหมอสวนดอก #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu
