mourning ribbon

🔍 ทำความรู้จักโรคมะเร็งจิสต์ (GIST) มะเร็งระบบทางเดินอาหาร รู้เร็วรักษาได้ รู้ช้าอาจสายไป

🔍 ทำความรู้จักโรคมะเร็งจิสต์ (GIST) มะเร็งระบบทางเดินอาหาร รู้เร็วรักษาได้ รู้ช้าอาจสายไป

โรคมะเร็งจิสต์ หรือ GIST (Gastrointestinal Stromal Tumor) เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร แม้จะพบได้น้อยเมื่อเทียบกับมะเร็งกระเพาะอาหารหรือมะเร็งลำไส้ทั่วไป แต่ก็เป็นโรคที่ควรทำความเข้าใจ เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะตัวทั้งในด้านการเกิดโรค การดำเนินโรค และการรักษา

💡 มะเร็งจิสต์แตกต่างจากมะเร็งกระเพาะอาหารทั่วไปอย่างไร
ความแตกต่างสำคัญของมะเร็งจิสต์คือ แหล่งกำเนิดของเซลล์มะเร็ง
มะเร็งกระเพาะอาหารทั่วไปมักเกิดจาก ชั้นเยื่อบุผิวด้านใน ของกระเพาะอาหาร และมีการลุกลามแบบแทรกซึมไปตามผนังอวัยวะ

ในขณะที่มะเร็งจิสต์เกิดจาก เซลล์ในชั้นกล้ามเนื้อของผนังทางเดินอาหาร ทำให้ก้อนเนื้องอกมักโตได้ทั้งด้านในและด้านนอกผนังลำไส้ ลักษณะการกระจายตัวจึงแตกต่างจากมะเร็งชนิดอื่นอย่างชัดเจน

🧬 สาเหตุของการเกิดโรค
มะเร็งจิสต์เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณควบคุมการทำงานของผนังลำไส้ โดยพบความผิดปกติของยีนบางชนิด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าปัจจัยใดกระตุ้นให้เกิดความผิดปกตินี้

🇹🇭 ความชุกของโรคในประเทศไทย
มะเร็งจิสต์เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างน้อย ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์ประมาณ 2 รายต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี จัดเป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อย

👴 กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด
โรคนี้มักพบในผู้ที่มีอายุระหว่าง 65–70 ปี และพบได้น้อยในคนอายุน้อย

🚨 อาการที่ควรสังเกต
มะเร็งจิสต์มักมีอาการน้อยในระยะแรก เมื่อเทียบกับมะเร็งกระเพาะอาหารทั่วไป อาการที่อาจพบได้ ได้แก่
• เลือดออกในทางเดินอาหาร
• รับประทานอาหารได้น้อยลง
• อิ่มเร็วผิดปกติ
• คลำพบก้อนบริเวณหน้าท้อง
ในบางรายอาจไม่มีอาการและตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพ

🩺 มีการตรวจคัดกรองหรือไม่
เนื่องจากโรคนี้พบได้น้อยมาก ปัจจุบันจึง ยังไม่มีแนวทางการตรวจคัดกรองมาตรฐาน สำหรับประชาชนทั่วไป

📋 การวินิจฉัยโรค
การวินิจฉัยมะเร็งจิสต์มักอาศัยการตรวจหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่
• การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหาร
• การตรวจอัลตราซาวด์ผ่านกล้องส่องทางเดินอาหาร
• การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาเจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจยืนยันการวินิจฉัย

💊 แนวทางการรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค ขนาดก้อน และการแพร่กระจาย
• ก้อนขนาดเล็ก อาจรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องทางเดินอาหาร หรือการผ่าตัดส่องกล้องในช่องท้อง
• ก้อนขนาดใหญ่ มักต้องผ่าตัดแบบเปิด
• หากมีการลุกลามหรือแพร่กระจาย อาจรักษาด้วย ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ซึ่งเป็นยาต้านตัวรับที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีนในเซลล์มะเร็ง

📈 โอกาสหายขาดและการพยากรณ์โรค
โดยทั่วไป มะเร็งจิสต์มีแนวโน้มการรักษาที่ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับมะเร็งกระเพาะอาหารทั่วไป
• หากยังไม่มีการแพร่กระจาย และสามารถผ่าตัดออกได้หมด โอกาสรอดชีวิตที่ 5 ปีอาจสูงถึง ประมาณ 90%
• หากมีการแพร่กระจายแล้ว อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปีจะลดลงเหลือประมาณ 50%
ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ การผ่าตัดนำก้อนมะเร็งออกได้ทั้งหมด

🔄 โอกาสกลับเป็นซ้ำ
ความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่
• ขนาดของก้อน
• อัตราการแบ่งตัวของเซลล์
• อวัยวะต้นกำเนิดของก้อนมะเร็ง
ผู้ป่วยกลุ่มความเสี่ยงต่ำมีโอกาสกลับเป็นซ้ำน้อยกว่า 5%
แต่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง อาจมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้ถึง 40–60%

🏃 การใช้ชีวิตหลังการรักษา
หากรักษาได้หายขาด ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารหรือการออกกำลังกายมีผลต่อการหายขาดหรือการกลับเป็นซ้ำโดยตรง และยังไม่มีข้อห้ามเฉพาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งจิสต์ อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงยังคงเป็นสิ่งสำคัญ

มะเร็งจิสต์เป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อย แต่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากมะเร็งกระเพาะอาหารทั่วไปอย่างชัดเจน แม้ในระยะแรกอาจไม่มีอาการ แต่หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการผ่าตัดเอาก้อนออกได้หมด โอกาสการรักษาให้หายขาดถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

การสังเกตอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหารและเข้ารับการตรวจเมื่อมีข้อสงสัย จึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพระยะยาว

🙏 ขอขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.นพ.ม.ล.พันธุ์ภัทร์ จักรพันธุ์ อาจารย์หน่วยศัลยศาสตร์ทางเดินอาหารส่วนต้น ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

✍️ เรียบเรียง: นางสาวนันทพร ระบิน งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU #โรคมะเร็งจิสต์ (GIST)