
ผอ.รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เตือน PM2.5 ภัยเงียบกระทบสุขภาพ ชี้ฤดูฝุ่นผู้ป่วยเลือดกำเดาไหลพุ่ง 1.5 เท่า เสี่ยงโรคหัวใจ–หลอดเลือดเพิ่ม 6–8%
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ (สสจ.เชียงใหม่) แถลงสถานการณ์ผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ต่อสุขภาพประชาชน พร้อมเน้นย้ำมาตรการเฝ้าระวังและการป้องกันตนเองของประชาชนในช่วงที่ค่าฝุ่นยังเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่
ศ.พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า“ผลกระทบของฝุ่นละอองต่อสุขภาพสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะสำคัญ ได้แก่ ผลกระทบในระยะเฉียบพลัน และ ผลกระทบในระยะยาว ในระยะเฉียบพลัน เมื่อค่าฝุ่นละอองสูงขึ้น ประชาชนสามารถสัมผัสผลกระทบได้ทันที โดยมักมีอาการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจและอวัยวะสัมผัสภายนอก เช่น แสบตา เคืองจมูก หรือการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ
จากสถิติของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ในช่วงฤดูฝุ่น ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน พบว่ามีผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการ เลือดกำเดาไหลเพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ สะท้อนให้เห็นว่าร่างกายตอบสนองต่อมลพิษในอากาศได้อย่างรวดเร็ว”
ศ.พญ.อรินทยา กล่าวต่อว่า “ขณะที่ผลกระทบในระยะยาว ฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถแทรกซึมผ่านถุงลมในปอดเข้าสู่กระแสเลือด ก่อให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย และส่งผลต่อกลไกการแข็งตัวของเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว ทั้งนี้ งานวิจัยทางระบาดวิทยาพบว่า ทุก ๆ การเพิ่มขึ้นของฝุ่น PM2.5 จำนวน 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต รวมถึงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากภาวะหัวใจล้มเหลวประมาณร้อยละ 6–8 ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง”
ศ.พญ.อรินทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ตัวเลขผู้ป่วยรายวันอาจไม่ปรากฏการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในทันที เนื่องจากมีปัจจัยแวดล้อมหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วย แต่ในเชิงวิชาการและการติดตามผลระยะยาว มีหลักฐานชัดเจนว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองถือเป็น ภัยคุกคามเงียบที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง”
ด้าน นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสีส้มและสีแดง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้ติดตามเฝ้าระวังผู้ป่วยที่อาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลการเฝ้าระวังในปี 2569 พบว่า ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีอาการกำเริบจำนวน 2,181 ราย ลดลงร้อยละ 21.3 เมื่อเทียบกับค่ามัธยฐานย้อนหลัง 3 ปี ขณะที่ผู้ป่วยโรคหอบหืด 2,374 ราย ลดลงร้อยละ 14.8 และผู้ป่วยเลือดกำเดาไหล 177 ราย ลดลงร้อยละ 39.8 จำนวนผู้ป่วยที่ลดลงส่วนหนึ่งมาจากมาตรการป้องกันในกลุ่มเสี่ยง เช่น การสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น การใช้ห้องปลอดฝุ่น รวมถึงการดูแลตนเองของประชาชนที่ดีขึ้น”
นพ.วรัญญู กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า ผลกระทบด้านสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 มักเกิดขึ้นตามหลังสถานการณ์ฝุ่นที่รุนแรงประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจำเป็นต้องติดตามแนวโน้มสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป”
เรียบเรียง : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มช.
ภาพ/ข่าว : สสจ.เชียงใหม่
#ฝุ่นพิษ #PM2.5 #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU
