mourning ribbon
“บางคืนก็คิดถึงแม่จนอยากกลับบ้าน…อยากกลับไปซบตักแม่เหมือนตอนเด็ก ๆ”
แพทย์ มช. ชวนเปลี่ยน “ความคิดถึง” เป็น “การดูแลสุขภาพแม่” แม้อยู่ไกลกัน

.

หลายคนมีความรู้สึกว่า
ในวันที่เราโตจนดูแลตัวเองได้แล้ว แต่พอคิดถึงแม่ขึ้นมา กลับอยากเป็นเด็กคนเดิมอีกครั้ง
อยากกลับบ้าน
อยากเห็นหน้าแม่
อยากกินข้าวฝีมือแม่
อยากกลับไปซบลงตรงตักแม่ กอดแม่ เหมือนเมื่อครั้งที่ยังเด็ก

.

เมื่อเราเติบโตขึ้น บางคนต้องออกไปเรียนหรือทำงานไกลบ้าน ไม่ได้อยู่บ้านกับแม่ บางคนไม่ได้กลับบ้านบ่อยอย่างที่ใจอยาก เวลาที่ได้อยู่กับแม่ก็น้อยลง ความคิดถึงจึงยิ่งชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงวันแม่ที่ทำให้เราหันกลับมานึกถึงคนสำคัญของชีวิต

.

แม้ระยะทางจะทำให้เราไม่ได้อยู่ข้างแม่ทุกวัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะดูแลสุขภาพแม่ไม่ได้เลย

.

แพทย์ มช. ชวนลูกที่อยู่ไกล เปลี่ยน “ความคิดถึง” ให้เป็นการดูแลสุขภาพแม่จากเรื่องใกล้ตัว เริ่มจากการพูดคุย สังเกตความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพ ติดตามโรคประจำตัวและยาที่รับประทาน รวมถึงใส่ใจการตรวจสุขภาพและการคัดกรองโรคตามช่วงวัย

.

อยู่ไกลก็สังเกตสุขภาพแม่ได้

แม้ไม่ได้เห็นแม่ในชีวิตประจำวัน ลูก ๆ ก็สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้จากการพูดคุยหรือวิดีโอคอล เช่น แม่ยังพูดคุยได้เหมือนเดิมหรือไม่ ดูซึมลง พูดช้าลง ลืมบ่อยขึ้น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือบ่นว่าเหนื่อยง่าย

.

รวมถึงความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เช่น ช่วงหลังแม่รับโทรศัพท์น้อยลง ตอบช้าลง หรือบุคลิกเปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพที่ลูกควรใส่ใจ

.

ขณะเดียวกัน อาการบางอย่างที่แม่หรือคนในครอบครัวอาจคิดว่าเป็นเพียง “เรื่องปกติของคนอายุมาก” เช่น หลงลืม เดินช้าลง หกล้ม เหนื่อยง่าย ปัสสาวะผิดปกติ หรือปวดเมื่อยมากขึ้น แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือภาวะผิดปกติที่ซ่อนอยู่

.

อย่ารอให้แม่ป่วย…การตรวจสุขภาพก็เป็นการดูแล

หากลูกอยากเริ่มดูแลสุขภาพแม่ด้วยการพาไปตรวจสุขภาพ ควรเริ่มจากการพาแม่พบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพและความเสี่ยงโดยรวมก่อน จากนั้นแพทย์จะเลือกการตรวจที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยพิจารณาจาก อายุ โรคประจำตัว ประวัติครอบครัว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
จึงไม่จำเป็นต้องตรวจทุกอย่างในครั้งเดียว หรือทุกคนต้องตรวจเหมือนกันทั้งหมด เพราะการตรวจที่ตรงกับความเสี่ยงของแต่ละคนจะให้ประโยชน์มากกว่าการตรวจหลายรายการโดยไม่มีข้อบ่งชี้

.

สำหรับผู้หญิงวัยกลางคนและผู้สูงอายุ การตรวจพื้นฐานที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ การตรวจร่างกายโดยแพทย์ ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด การทำงานของไต และตรวจปัสสาวะ รวมถึงการคัดกรองมะเร็งตามช่วงอายุ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่

.

ส่วนในผู้สูงอายุ ควรประเมินเพิ่มเติมในเรื่อง กระดูกพรุน ความเสี่ยงต่อการหกล้ม การมองเห็น การได้ยิน โภชนาการ และความจำ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ

.

ที่สำคัญ แม้แม่จะไม่มีอาการผิดปกติ ก็ยังควรตรวจสุขภาพและคัดกรองโรคตามวัย เนื่องจากโรคหลายชนิด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือมะเร็งบางชนิด ในระยะแรกอาจยังไม่มีอาการ การตรวจสุขภาพจึงมีส่วนช่วยให้พบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

.

ลูกอยู่ไกล…อย่างน้อยควรรู้ข้อมูลสุขภาพอะไรของแม่?
เพราะในวันที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ข้อมูลสุขภาพพื้นฐานของแม่อาจมีความสำคัญอย่างมาก ลูกจึงควรรู้ว่าแม่มี โรคประจำตัวอะไร รับประทานยาอะไรเป็นประจำ แพ้ยาหรือไม่ รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลใด และมีนัดพบแพทย์เมื่อใด

.

ข้อมูลเหล่านี้สามารถช่วยให้ทีมแพทย์วางแผนการรักษาได้รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้นหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

.

กลับบ้านไม่ได้…ก็ยังดูแลแม่ได้
สำหรับลูกที่อยู่ไกลและไม่สามารถกลับบ้านพาแม่ไปโรงพยาบาลได้ ยังมีหลายวิธีที่ช่วยดูแลสุขภาพแม่จากระยะไกลได้จริง

.

อาจเริ่มจากการ โทรศัพท์หรือวิดีโอคอลเป็นประจำ ช่วยนัดหมายโรงพยาบาล เตือนเรื่องการรับประทานยา ติดตามผลตรวจ หรือให้แม่วัดความดันและส่งผลมาให้ดู

.

หากมีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม เช่น กล้องวงจรปิดหรืออุปกรณ์ติดตามสุขภาพ ก็สามารถช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้ และหากมีญาติหรือเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ ก็สามารถขอให้ช่วยดูแลหรือช่วยสังเกตแม่ในวันที่เราอยู่ไกล
เพราะบางครั้งการโทรหาแม่ด้วยคำถามว่า
“กินข้าวหรือยัง?”
“ช่วงนี้นอนหลับดีไหม?”
“ยังเดินออกกำลังกายหรือทำงานบ้านได้เหมือนเดิมไหม?”
“มียาตัวไหนใกล้หมดหรือเปล่า?”
“มีเวียนหัวหรือหกล้มบ้างไหม?”
“มีเรื่องอะไรที่ลูกช่วยได้ไหม?”

.

คำถามเหล่านี้อาจช่วยให้เราเห็นทั้ง สุขภาพกาย สุขภาพใจ และการใช้ชีวิตของแม่ ได้มากขึ้น
ถ้าแม่ไม่อยากไปโรงพยาบาล…อย่าเริ่มต้นด้วยคำว่า “แม่ป่วย”
หากแม่เป็นคนไม่ชอบไปโรงพยาบาล หรือมักบอกว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย” ลูกควรเริ่มจากการพูดคุยและทำความเข้าใจเหตุผลของแม่ก่อน ว่าอะไรทำให้ไม่อยากไปโรงพยาบาล เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
จากนั้นอาจพูดด้วยความห่วงใย เช่น
“ลูกอยากให้แม่ไปตรวจ เพราะถ้ามีปัญหาจะได้รักษาตั้งแต่ระยะแรก ลูกก็จะสบายใจด้วย”

.

การชวนในมุมของ “การดูแลสุขภาพ” มากกว่าการบอกว่าแม่ป่วย และใช้คำพูดที่อ่อนโยน แสดงความห่วงใย อาจช่วยให้แม่เปิดใจและยอมรับได้ง่ายกว่า
เพราะการดูแลแม่…ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการกลับบ้าน

.

สำหรับลูกที่อยู่ไกล อย่ารู้สึกผิดที่ต้องอยู่ไกลบ้าน เพราะหลายคนมีหน้าที่ต้องเรียนหรือทำงาน สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าเราอยู่ใกล้หรือไกล แต่คือความสม่ำเสมอในการแสดงความห่วงใย

.
การโทรหา พูดคุย รับฟัง หรือช่วยจัดการเรื่องสุขภาพของแม่ ล้วนเป็นการดูแลที่มีคุณค่า และทำให้แม่รู้ว่าลูกยังคิดถึงและเป็นห่วงเสมอ

.

ดังนั้น หากวันนี้ยังกลับไปซบตักแม่ไม่ได้ อาจเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการโทรหาแม่ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีถามสารทุกข์สุขดิบ ถามเรื่องสุขภาพ เตือนเรื่องยา หรือช่วยนัดตรวจสุขภาพประจำปี
เพราะบางครั้ง…
การดูแลแม่อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการกลับบ้าน
แต่อาจเริ่มจากการ “โทรกลับบ้าน”
แค่บอกว่า
“แม่…คิดถึงนะ ช่วงนี้สุขภาพเป็นยังไงบ้าง มีเรื่องอะไรที่ลูกช่วยดูแลได้ไหม?”

.

บางครั้งสิ่งที่แม่ต้องการที่สุด อาจไม่ใช่ของขวัญราคาแพง
แต่อาจเป็นการได้รู้ว่า…
ลูกยังเป็นห่วง
ลูกพร้อมรับฟัง
และลูกยังพร้อมอยู่เคียงข้างเสมอ

.

แล้วถ้าวันนี้คุณได้กลับไปซบตักแม่อีกครั้ง
คุณอยากบอกอะไรกับแม่?

.

ขอบคุณข้อมูลจาก: ผศ.ดร.พญ.สุภาวิตา เปลี่ยนน่วม อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มช.
เรียบเรียง: นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ/ข่าว:งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ 👇🏻

https://www.facebook.com/share/p/186kyUuVKG/

#วันแม่แห่งชาติ #วันแม่2569 #วันแม่ #รักแม่ #รักและห่วงใยแม่ #ดูแลแม่ #สุขภาพแม่ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ตรวจสุขภาพแม่ #แม่ต้องแข็งแรง #คิดถึงแม่ #คิดถึงแม่ก็กลับไปดูแลแม่ #รักแม่อย่ารอให้ป่วย #ดูแลแม่แม้อยู่ไกล #เพราะแม่สำคัญเสมอ #สุขภาพแม่สำคัญกว่าที่คิด #ของขวัญให้แม่ที่ดีที่สุด #วันแม่ปีนี้พาแม่ตรวจสุขภาพ#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU