
แผลในปาก ไม่ได้แปลว่าจะเป็น “ขาง”( แผลร้อนใน) เสมอไป! แพทย์ มช. เผยจุดสังเกต แผลแบบไหน…ไม่ควรปล่อยไว้ …เสี่ยงมะเร็งในช่องปาก
.
แผลในปาก ไม่ได้แปลว่าจะเป็น “ขาง”เสมอไป! แพทย์ มช. เผยจุดสังเกต แผลแบบไหน…ไม่ควรปล่อยไว้ …เสี่ยงมะเร็งในช่องปาก “เป็นแค่แผลในปาก เดี๋ยวก็หายเอง” เป็นความเข้าใจที่หลายคนอาจเคยคิดเมื่อพบแผลหรือความผิดปกติภายในช่องปาก แต่ความจริงแล้ว แผลในช่องปากที่ไม่หายภายในระยะเวลาที่ควรเป็น อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ตรวจหาสาเหตุ
.
มะเร็งช่องปากเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มมะเร็งศีรษะและคอ คิดเป็นร้อยละ 25 ของมะเร็งศีรษะและคอทั้งหมด ขณะที่ประเทศไทยพบอุบัติการณ์ในเพศชาย 5.5 ต่อประชากร 100,000 คน และเพศหญิง 4.3 ต่อประชากร 100,000 คน
.
แผลในปากแบบไหนที่ไม่ควรปล่อยไว้?
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มะเร็งช่องปากมักได้รับการวินิจฉัยค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจชะล่าใจและคิดว่าเป็นเพียงแผลในช่องปากธรรมดา ทั้งที่ความผิดปกติภายในช่องปากควรได้รับการตรวจวินิจฉัย โดยเฉพาะหากพบว่า แผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
.
ดังนั้น หากมีแผลในช่องปากที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ควรมาพบแพทย์ทุกกรณี ไม่ควรพยายามสังเกตอาการต่อไปด้วยตนเองเป็นเวลานาน นอกจากแผลที่ไม่หายแล้ว ยังมีสัญญาณเตือนอื่น ๆ ที่ควรสังเกต ได้แก่ แผลในช่องปากที่มีเลือดออก เจ็บ โตเร็ว ร่วมกับอาการกลืนติด กลืนลำบาก พูดไม่ชัด หรือลิ้นแข็ง รวมถึงมีฟันโยก ฟันคลอน หรือฟันหลุดเองในตำแหน่งที่มีแผล บางรายอาจพบแผลทะลุบริเวณแก้ม คาง หรือริมฝีปาก รวมถึงมีอาการชาที่คาง ริมฝีปาก ลิ้น หรือกระพุ้งแก้มโดยไม่ทราบสาเหตุ
.
นอกจากนี้ หากพบรอยปื้นสีแดง หรือสีน้ำตาลดำในช่องปาก คลำพบก้อนที่คอหรือบริเวณต่อมน้ำเหลือง ใบหน้าผิดรูปจากก้อนหรือมะเร็งที่มีขนาดใหญ่ รวมถึง ฟันปลอมที่เคยใส่ได้แต่กลับรู้สึกคับ หลวม หรือใส่ไม่ได้ ก็ควรเข้ารับการตรวจเช่นกัน สิ่งที่หลายคนอาจมองข้าม คือบางครั้งอาจไม่มีแผลให้เห็นอย่างชัดเจน หรือไม่ได้มีอาการเจ็บมาก แต่กลับพบว่าลิ้นขยับได้ลดลง พูดไม่ชัด มีฟันโยก หรือฟันปลอมที่เคยใส่ได้กลับไม่พอดี อาการเหล่านี้จึงไม่ควรมองข้าม
.
ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?
ปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งช่องปาก ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การเคี้ยวหมาก และการมีแผลเรื้อรังจากการเสียดสีของฟันหรือฟันปลอมที่ไม่พอดี สำหรับการสูบบุหรี่ พบว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากกว่าคนปกติถึง 6 เท่า และหากดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการสูบบุหรี่ ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 15 เท่า ขณะที่การเคี้ยวหมากและพลูมีสารก่อมะเร็งโดยตรง อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็ยังมีโอกาสเป็นมะเร็งช่องปากได้ ส่วนเชื้อ HPV อาจตรวจพบได้บ้างในเนื้อเยื่อช่องปาก แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของมะเร็งช่องปาก
.
ตรวจช่องปากด้วยตนเองได้อย่างไร?
ประชาชนสามารถตรวจความผิดปกติของช่องปากด้วยตนเองเบื้องต้นได้ โดยยืนหน้ากระจกในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ และถอดฟันปลอมออกหากมี เริ่มจาก ริมฝีปาก ดึงริมฝีปากบนและล่างขึ้นเพื่อดูว่ามีแผล รอยสีแดง หรือก้อนนูนผิดปกติหรือไม่ จากนั้นตรวจ กระพุ้งแก้ม โดยใช้นิ้วมือแหวกกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างเพื่อมองหารอยโรคหรือรอยแดง สำหรับ เหงือกและเพดานปาก ให้อ้าปากกว้างและเงยหน้าขึ้น เพื่อตรวจดูว่ามีรอยนูนหรือแผลหรือไม่ ส่วน ลิ้น ให้แลบลิ้นออกมาตรวจดูบริเวณขอบลิ้นทั้งสองข้างและใต้ลิ้น บริเวณ พื้นปาก สามารถตรวจโดยการกระดกลิ้นขึ้น เพื่อมองหารอยโรค แผล หรือก้อนนูนผิดปกติ และควรลองใช้มือคลำบริเวณใต้คางและคอด้านข้าง เพื่อสังเกตว่ามีอาการบวมหรือก้อนแข็งที่อาจโตขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากพบแผลหรือความผิดปกติที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อ ตรวจหาสาเหตุ
.
หากสงสัยมะเร็ง แพทย์ตรวจอย่างไร?
เมื่อสงสัยว่ามีความผิดปกติ แพทย์จะตรวจร่างกายในส่วนของช่องปากและคออย่างละเอียด และอาจมีการตรวจโดยการส่องกล้องเพื่อดูรายละเอียดภายในช่องปาก โคนลิ้น และหลอดอาหารส่วนคอ เมื่อมีข้อบ่งชี้ ในกรณีที่รอยโรคมีลักษณะสงสัยมะเร็ง หรือพบเนื้องอกหรือแผลที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ อาจจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อเพื่อวินิจฉัย เนื่องจากการตัดชิ้นเนื้อเป็นวิธีการวินิจฉัยมะเร็งช่องปากที่แม่นยำที่สุด ทั้งนี้ แผลในช่องปากที่เกิดจากสาเหตุทั่วไป เช่น แผลร้อนใน สามารถหายเองได้ภายในประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนั้น หากเป็นแผลที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ จึงควรมาพบแพทย์ พบเร็ว รักษาเร็ว โอกาสรักษาหายมีสูง สำหรับมะเร็งช่องปากระยะเริ่มต้น หรือระยะที่ 1 และระยะที่ 2 การพยากรณ์โรคถือว่าดีมาก โดยมีอัตราการรอดชีวิต 5 ปีสูงถึง 70–90% และมีโอกาสสูงที่จะรักษาให้หายขาด ดังนั้น การสังเกตความผิดปกติในช่องปากและเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพบแผลที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
.
ลดความเสี่ยงมะเร็งช่องปาก เริ่มต้นจากการดูแลตัวเอง
การลดความเสี่ยงของมะเร็งช่องปากสามารถเริ่มต้นได้จากการ งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รักษาสุขภาพช่องปากให้แข็งแรงอยู่เสมอ และพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงที่อาจบ่งบอกถึงโอกาสเป็นมะเร็งช่องปาก เช่น มีปื้นแดงในช่องปาก หรือ Erythroplakia ควรตรวจติดตามทุก 3–6 เดือนตามแพทย์นัด ส่วนประชาชนทั่วไปควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากและตรวจหาความผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ จำง่าย ๆ หากมีแผลในช่องปากและไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ อย่าชะล่าใจ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
.
ขอบคุณข้อมูลจาก : ผศ.พญ.ดนยรัตน์ บุญเลิศ อาจารย์ประจำหน่วยศัลยกรรมศีรษะและคอ มะเร็งวิทยา และศูนย์บำบัดด้วยออกซิเจนฯ ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
#แผลในปาก #แผลในช่องปาก #มะเร็งช่องปาก #มะเร็งในช่องปาก #แผลในปากไม่หาย #รู้ทันมะเร็ง #สัญญาณเตือนมะเร็ง #สุขภาพช่องปาก #ดูแลช่องปาก #รู้ทันโรค #สาระสุขภาพ #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่#แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU
