mourning ribbon

สิวขึ้นปุ๊บ อยากฉีดปั๊บ? แพทย์ มช. บอกแบบไหนควร แบบไหนไม่ควร

สิวขึ้นปุ๊บ อยากฉีดปั๊บ? แพทย์ มช. บอกแบบไหนควร แบบไหนไม่ควร

เมื่อมีสิวอักเสบเม็ดใหญ่ บวม แดง เจ็บ หลายคนมักนึกถึงการ “ฉีดสิว” เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้สิวยุบได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะก่อนวันสำคัญ เช่น งานรับปริญญา งานแต่งงาน หรือการถ่ายภาพ แต่ความจริงแล้ว สิวทุกเม็ดไม่ได้เหมาะกับการฉีด และการฉีดสิวก็ไม่ใช่วิธีรักษาสิวให้หายขาด หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือฉีดบ่อยเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้

.

การฉีดสิวคืออะไร?

การฉีดสิว คือ การฉีดยาเข้าไปในบริเวณสิวอักเสบโดยตรง เพื่อช่วยลดการอักเสบ ทำให้อาการบวม แดง และปวดลดลงอย่างรวดเร็ว ยาที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นการรักษาเฉพาะจุด ไม่ใช่การรักษาหลักของโรคสิว

.

สิวแบบไหนควรฉีด?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “สิว” ไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว สิวเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

• การอุดตันของรูขุมขน

• การผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันมากผิดปกติ

• ความไม่สมดุลของจุลชีพบนผิวหนัง รวมถึงเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวที่ชื่อ Cutibacterium acnes

• กระบวนการอักเสบ

.

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน ความเครียด และมลภาวะ ที่เข้ามากระตุ้นกลไกหลักข้างต้นทำให้เกิดสิวขึ้นได้ โดยทั่วไป สิวแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

• สิวไม่อักเสบ/สิวอุดตัน เช่น สิวหัวขาว และสิวหัวดำ

• สิวอักเสบ เช่น ตุ่มแดง สิวหัวหนอง หรือสิวลักษณะคล้ายถุงซีสต์ การฉีดสิวจึงเหมาะกับ สิวอักเสบที่มีอาการบวม แดง เจ็บชัดเจน ส่วนสิวอุดตันที่ไม่มีการอักเสบ ไม่ใช่สิวที่ควรรักษาด้วยการฉีด

.

ฉีดสิวแล้วสิวยุบเร็วจริงหรือไม่?

คำตอบคือ จริง

.

โดยเฉพาะสิวอักเสบเม็ดใหญ่ มักเริ่มยุบลงภายในประมาณ 48-72 ชั่วโมง หลังฉีด ความบวม แดง และอาการปวดจะลดลงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผลการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับชนิดของสิว ความรุนแรง และเทคนิคการฉีด อีกทั้งแม้สิวจะยุบแล้ว ก็อาจยังเหลือรอยแดงหรือรอยดำได้อีกระยะหนึ่ง

.

ฉีดสิวช่วยป้องกันหลุมสิวได้ไหม?

การลดการอักเสบได้อย่างรวดเร็ว อาจช่วยลดโอกาสเกิดหลุมสิวหรือแผลเป็น โดยเฉพาะในสิวอักเสบขนาดใหญ่ เพราะช่วยลดการทำลายเนื้อเยื่อรอบรูขุมขน อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะป้องกันหลุมสิวได้ 100% เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว ระยะเวลาที่อักเสบ และปัจจัยอื่น ๆ ในทางกลับกัน หากฉีดยาไม่เหมาะสม เช่น ใช้ยาที่มีความเข้มข้นสูงเกินไป ฉีดผิดตำแหน่ง หรือฉีดซ้ำบ่อย อาจทำให้ผิวหนังยุบตัวจนเกิดรอยบุ๋มคล้ายหลุมสิวได้

.

ฉีดสิวมีผลข้างเคียงหรือไม่?

ผลข้างเคียงระยะสั้นที่พบได้ ได้แก่

• เจ็บหรือแสบขณะฉีด

• บวม แดง หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด

• มีเลือดออกหรือรอยช้ำเล็กน้อย

.

อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน ส่วนผลข้างเคียงระยะยาว แม้พบไม่บ่อย แต่ควรทราบ ได้แก่ • ผิวหนังหรือชั้นไขมันใต้ผิวยุบตัว เกิดรอยบุ๋ม

• ผิวบางลง

• สีผิวซีดหรือด่างขาวบริเวณที่ฉีด

• เส้นเลือดฝอยขยาย

.

ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากฉีดในปริมาณมาก ฉีดตื้นเกินไป หรือฉีดซ้ำบริเวณเดิมหลายครั้ง

.

ฉีดสิวบ่อย ๆ ดีหรือไม่?

ไม่แนะนำ

แม้ว่ายาที่ใช้จะเป็นการรักษาเฉพาะจุด แต่หากฉีดหลายตำแหน่ง ใช้ยาปริมาณมาก หรือฉีดซ้ำบ่อย ๆ ก็อาจมีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ แม้จะพบได้น้อยก็ตาม ดังนั้น การฉีดสิวจึงควรใช้เฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ และเป็นเพียงการรักษาเสริม ไม่ใช่วิธีรักษาหลักของโรคสิว

.

หลังฉีดสิวควรดูแลตัวเองอย่างไร?

หลังฉีดสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควร

• รักษาความสะอาดบริเวณที่ฉีด

• หลีกเลี่ยงการบีบ แกะ กด หรือจับสิวบ่อย ๆ

• หากมีเลือดซึม ให้ใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดกดเบา ๆ

• ใช้ยารักษาสิวตามคำแนะนำของแพทย์ หากหลังฉีดมีอาการบวมแดงมากขึ้น ปวดมาก มีหนอง มีไข้ หรือก้อนใหญ่ขึ้นแทนที่จะยุบ ควรรีบกลับมาพบแพทย์

.

ทำไมสิวถึงขึ้นซ้ำที่เดิม?

การฉีดสิวช่วยให้สิวเม็ดนั้นยุบลง แต่ ไม่ได้แก้สาเหตุของการเกิดสิว หากสิวขึ้นซ้ำบริเวณเดิมบ่อย ๆ อาจเกิดจากปัจจัยเดิม เช่น การอุดตันของรูขุมขน ฮอร์โมน ความเครียด หรือการผลิตน้ำมันมากเกินไป จึงควรรักษาที่ต้นเหตุ ไม่ควรอาศัยการฉีดซ้ำเพียงอย่างเดียว หากก้อนสิวไม่ยุบหรือกลับมาเป็นซ้ำที่ตำแหน่งเดิมหลายครั้ง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินว่าเป็นสิวจริงหรือเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่น

.

การฉีดสิวรักษาสิวหายขาดได้หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่

.

การฉีดสิวเป็นเพียงการลดการอักเสบของสิวเฉพาะเม็ดที่ฉีด ไม่ได้แก้ไขกลไกการเกิดสิวทั้งหมด ดังนั้น ผู้ป่วยยังจำเป็นต้องรักษาสิวด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยตามคำแนะนำของแพทย์

.

เมื่อไรควรรีบพบแพทย์?

ควรพบแพทย์ หากมีอาการต่อไปนี้

• สิวอักเสบก้อนใหญ่ บวมมาก หรือปวดมาก

• สิวอักเสบหลายเม็ดหรือกระจายเป็นวงกว้าง

• เริ่มมีหลุมสิวหรือแผลเป็น

• ใช้ยารักษาสิวแล้วไม่ดีขึ้น

• มีหนอง มีไข้ หรืออาการผิดปกติร่วม

• สิวส่งผลต่อความมั่นใจหรือสุขภาพจิต ผู้หญิงที่มีสิวร่วมกับประจำเดือนผิดปกติ ขนดก ผมบาง หรือมีน้ำหนักเพิ่มผิดปกติ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมน

.

ป้องกันอย่างไร ไม่ให้สิวอักเสบจนต้องฉีด?

สิ่งสำคัญที่สุด คือการรักษาสิวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะยิ่งควบคุมการอักเสบได้เร็ว ก็ยิ่งลดโอกาสเกิดหลุมสิวและแผลเป็น

.

คำแนะนำ ได้แก่

• ใช้ยารักษาสิวอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง

• ไม่บีบ ไม่แกะ และไม่ถูผิวแรง ๆ

• เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Non-comedogenic เพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน

• หากเริ่มมีสิวอักเสบก้อนใหญ่หรือมีแนวโน้มเกิดแผลเป็น ควรรีบพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ

.

การฉีดสิวเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบของสิวเม็ดใหญ่ ทำให้สิวยุบเร็วขึ้น แต่ไม่ใช่การรักษาสิวทุกชนิด และไม่ใช่วิธีรักษาสิวให้หายขาด การรักษาที่ดีที่สุดคือการวินิจฉัยชนิดของสิวและรักษาที่ต้นเหตุร่วมกับการดูแลผิวอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดการเกิดสิวซ้ำและป้องกันหลุมสิวในระยะยาว

.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :ผศ.พญ.รุจิรา รุจิเวชพงศธร อาจารย์ประจำหน่วยวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียบเรียง: นางสาวนันทพร ระบิน

ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

.

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ 👇🏻

https://www.facebook.com/share/p/18v37ZPDNA/

#ฉีดสิว #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่#แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU