mourning ribbon

กินอยู่บ่อยไหม? เปิดลิสต์เมนูเสี่ยง “พยาธิตัวจี๊ด” ที่หลายคนชอบ อาจารย์ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. เตือน กินดิบเสี่ยงติดเชื้อ

กินอยู่บ่อยไหม? เปิดลิสต์เมนูเสี่ยง “พยาธิตัวจี๊ด” ที่หลายคนชอบ อาจารย์ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. เตือน กินดิบเสี่ยงติดเชื้อ

.

 

พยาธิตัวจี๊ด เป็นพยาธิตัวกลมที่มีลักษณะเด่น คือ บริเวณส่วนหัวมีกะเปาะที่ประดับด้วยหนามหลายแถว กะเปาะนี้สามารถยืดหดได้ ทำให้พยาธิสามารถไชทะลุผิวหนังและเนื้อเยื่อ แล้วเคลื่อนที่ไปตามส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกายของคนหรือสัตว์ได้

.

 

โรคพยาธิตัวจี๊ดที่พบในคนไทย ส่วนใหญ่เกิดจากพยาธิชนิด Gnathostoma spinigerum (อ่านว่า แนโท-สโทมา สไป-นิ-จีรัม)

.

 

เราติดโรคนี้ได้อย่างไร?

คนสามารถติดพยาธิตัวจี๊ดได้หลายทาง ได้แก่ รับประทานเนื้อปลาหรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ที่มีตัวอ่อนพยาธิปนเปื้อน โดยไม่ทำให้สุกหรือปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ ดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีกุ้งไรปนเปื้อน ตัวอ่อนพยาธิจะไชทะลุผนังลำไส้ แล้วเคลื่อนตัวไปทั่วร่างกาย รวมทั้งอวัยวะภายใน เช่น ใต้ผิวหนัง เปลือกตา เยื่อหุ้มสมอง หรือแม้แต่สมอง

.

 

นอกจากนี้ ผู้ที่สัมผัสตัวอ่อนพยาธิระหว่างการเตรียมอาหาร เช่น การจับเนื้อปลา กบ หรือเนื้อสัตว์บางชนิด ก็อาจติดเชื้อได้ เนื่องจากตัวอ่อนสามารถไชเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง

.

 

เมนูเสี่ยงที่อาจพบพยาธิตัวจี๊ด คือ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ โดยเฉพาะปลาน้ำจืด และเนื้อสัตว์อื่น ๆ ที่เป็นแหล่งอาศัยของตัวอ่อนพยาธิ เช่น

• ก้อยปลาดิบ

• ลาบปลาดิบ

• ปลาร้า ปลาส้ม

• กุ้งแช่น้ำปลา กุ้งดองซีอิ๊ว

.

 

วงจรชีวิตของพยาธิตัวจี๊ด พยาธิตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารของสุนัข แมว และเสือ โดยไข่พยาธิจะถูกขับออกมากับอุจจาระลงสู่แหล่งน้ำ ก่อนฟักเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1 เมื่อกุ้งไร (Cyclops) กินตัวอ่อนเข้าไป พยาธิจะเจริญเป็นตัวอ่อนระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ขั้นต้น จากนั้นเมื่อปลา กบ งู หรือสัตว์น้ำอื่น ๆ กินกุ้งไร พยาธิจะพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 3 ขั้นปลาย หากสุนัขหรือแมวกินสัตว์เหล่านี้เข้าไป พยาธิจะเจริญเป็นตัวเต็มวัยในกระเพาะอาหาร แต่หากเป็นสัตว์ชนิดอื่น ตัวอ่อนจะไม่เจริญเป็นตัวเต็มวัย แต่ยังมีชีวิตอยู่และสามารถเป็นแหล่งแพร่เชื้อไปยังสุนัข แมว หรือคนได้ สัตว์กลุ่มนี้เรียกว่า โฮสต์พาราทีนิก (Paratenic host) ด้วยเหตุนี้ แหล่งที่อาจพบตัวอ่อนพยาธิ จึงมีได้ในสัตว์หลากหลายชนิด โดยเฉพาะปลาน้ำจืด กบ งู นก และหนู

.

 

อาการของโรค

อาการที่พบได้บ่อยที่สุด คือ “บวมเคลื่อนที่” ซึ่งเกิดจากตัวอ่อนพยาธิไชอยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการบวมแดงบริเวณที่พยาธิไชผ่าน เช่น ลำตัว แขน ขา ใบหน้า เปลือกตา และเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ อาการบวมมักเป็นอยู่ประมาณ 1–2 สัปดาห์ แล้วอาจยุบลงได้เอง แม้ไม่ได้รับการรักษา แต่สามารถกลับมาบวมใหม่ในตำแหน่งอื่นได้ ผู้ป่วยบางรายอาจเห็นเป็นรอยแดงคดเคี้ยวใต้ผิวหนัง หรือเกิดเป็นก้อนตามอวัยวะต่าง ๆ

.

 

นอกจากผิวหนังแล้ว พยาธิอาจไชเข้าสู่อวัยวะสำคัญ เช่น ดวงตา ปอด ช่องท้อง กระเพาะปัสสาวะ หรือสมอง ซึ่งอาการจะแตกต่างกันไปตามอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ

.

 

การวินิจฉัย แพทย์จะพิจารณาจากข้อมูลหลายด้านร่วมกัน ได้แก่

• มีอาการบวมเคลื่อนที่ บริเวณแขน ขา หรือลำตัว

• มีประวัติรับประทานอาหารดิบ สุก ๆ ดิบ ๆ หรือดื่มน้ำจากคลองหรือบึงที่ไม่ได้ผ่านการกรอง

• ตรวจพบตัวพยาธิ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวอ่อนระยะที่ 3 ขั้นปลาย มีความยาวประมาณ 0.4 เซนติเมตร ส่วนหัวมีกะเปาะ และสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

.

 

วิธีป้องกันโรคพยาธิตัวจี๊ดและโรคพยาธิชนิดอื่นที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ

• ควรปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อน อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป นานอย่างน้อย 5–10 นาที หรือใช้อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส (น้ำเดือด) อย่างน้อย 1–2 นาที เพื่อทำลายตัวอ่อนพยาธิ

• การแช่แข็ง ควรแช่ที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า อย่างน้อย 7 วัน หรือ -35 องศาเซลเซียสจนแข็งตัว และเก็บไว้ที่อุณหภูมิดังกล่าวต่ออีกอย่างน้อย 15 ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน

.

 

ข้อควรทราบ การดองกุ้งด้วยซีอิ๊ว การแช่ในน้ำปลา หรือการบีบมะนาว ไม่สามารถฆ่าพยาธิตัวจี๊ดได้

.

 

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากคลองหรือบึง หากจำเป็นควรกรองน้ำด้วยผ้าหรือต้มให้เดือดก่อนดื่ม

แนวทางการรักษา ได้แก่

• ผ่าตัดนำตัวพยาธิออก

• รับประทานยาฆ่าพยาธิ เช่น Albendazole หรือ Ivermectin ตามคำสั่งแพทย์ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาหายได้ บางรายอาจพบว่าพยาธิเคลื่อนหนีขึ้นมาอยู่บริเวณผิวหนังชั้นตื้นหรือหลุดออกมาเอง

• ให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาแก้แพ้ หรือยาลดอาการบวมแดงร่วมด้วย

.

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตื่นตระหนก เพราะในธรรมชาติยังสำรวจไม่พบพยาธิตัวจี๊ดในกุ้งเลี้ยง ส่วนกรณีผู้ป่วยที่เป็นข่าว คาดว่าเกิดจากประวัติการรับประทานอาหารที่มีความเสี่ยง

.

 

ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโรคพยาธิตัวจี๊ด

.

 

อ้างอิง

1. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Gnathostomiasis. Available from: https://www.cdc.gov/dpdx/gnathostomiasis/index.html

2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Clinical Care of Gnathostomiasis. Available from: https://www.cdc.gov/gnathostoma/hcp/clinical-care/index.html

3. https://www.facebook.com/photo.php?fbid=974783355130334&set=a.173000251975319&type=3&ref=embed_post.

4.https://www.tropmedhospital.com/knowledge/gnathostomiasis.html

5. https://w1.med.cmu.ac.th/parasite/หนังสือความรู้ทางปรสิต/20337/

6. Jongthawin J., Intapan PM., Sanpool O., Sadaow L., Janwan P., Thanchomnang T., Sangchan A., Visaetsilpanonta S., Keawkong W., Maleewong W. Three human gnathostomiasis cases in Thailand with molecular identification of causative parasite species. Am. J. Trop. Med. Hyg. 2015;93(3):615-8.

7. Sapp SGH., Kaminski M., Abdallah M., Bishop HS., Fox M., Ndubuisi MK., et al. Percutaneous emergence of Gnathostoma spinigerum following praziquantel treatment. Trop. Med. Infect. Dis. 2019;4(4):145.

8. บทที่ 6 พยาธิตัวจี๊ด (Gnathostoma). ใน นิมิตร มรกต, คม สุคนธสรรพ์, บรรณาธิการ. ปรสิตวิทยาทางการแพทย์ II. หนอนพยาธิ. พิมพ์ครั้งที่ 3. เชียงใหม่: บริษัทกลางเวียงการพิมพ์จำกัด, 2554.

9. วันชัย มาลีวงษ์, ผิวพรรณ มาลีวงษ์, นิมิตร มรกต, บรรณาธิการ. ปรสิตวิทยาทางการแพทย์: โปรโตซัวและหนอนพยาธิ. พิมพ์ครั้งที่ 1. ขอนแก่น: โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา. 2544.

.

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดนิตา จำปาแก้ว อาจารย์ประจำภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน

ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

.

 

#พยาธิตัวจี๊ด#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU