
เลือดกำเดาไหล อย่าเพิ่งเงยหน้า! แพทย์ มช. เตือน วิธีที่หลายคนทำ “ผิดมาตลอด”
.
“เลือดกำเดาไหล” เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนหรือแห้ง แม้ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่หากปฐมพยาบาลไม่ถูกวิธี อาจทำให้เลือดไหลนานขึ้นหรือสำลักเลือดได้
.
เลือดกำเดาไหล เกิดจากอะไร? สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
• แคะหรือสั่งน้ำมูกแรงเกินไป
• อากาศแห้ง ทำให้เยื่อบุจมูกแตก
• ได้รับการกระแทกบริเวณจมูก
• เป็นหวัดหรือภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบ
• ความดันโลหิตสูง (โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ)
• การใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด
• ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
• ช่วง PM 2.5
.
ปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง
• นั่งตัวตรง และโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อป้องกันเลือดไหลย้อนลงคอ ซึ่งอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน หรือสำลักได้
• ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบปีกจมูกทั้งสองข้าง หรือถ้ารู้ว่าออกจากข้างไหนให้กดปีกจมูกข้างนั้น
• บีบตรงส่วนที่นิ่มของจมูก ไม่ใช่บริเวณสันจมูก ค้างไว้ประมาณ 10–15 นาที โดยหายใจทางปาก และไม่ปล่อยมือเช็กเลือดบ่อย ๆ
• ประคบเย็นบริเวณสันจมูกหรือแก้ม
• ความเย็นช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดการไหลของเลือดได้
• เมื่อเลือดหยุดแล้ว หลีกเลี่ยงการแคะจมูก
• งดสั่งน้ำมูกแรง ๆ ประมาณ 24 ชั่วโมง
• งดออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรก
.
สิ่งที่ไม่ควรทำ
เงยหน้าขึ้น เพราะเลือดจะไหลลงคอ
นอนราบขณะเลือดกำเดาไหล
ยัดกระดาษทิชชูหรือสำลีเข้าไปลึก ๆ ในรูจมูก
ปล่อยมือทุก 1–2 นาทีเพื่อดูว่าเลือดหยุดหรือยัง เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดหลุด
.
เมื่อไรควรรีบพบแพทย์?
ควรไปโรงพยาบาลทันที หากมีอาการต่อไปนี้
• เลือดไหลไม่หยุดหลังบีบจมูกต่อเนื่อง 15–20 นาที
• เลือดออกปริมาณมาก หรือไหลเร็วผิดปกติ
• เลือดกำเดาไหลหลังได้รับอุบัติเหตุที่ใบหน้าหรือศีรษะ
• เลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
• มีอาการหน้ามืด ซีด เหงื่อออก ใจสั่น หรือหมดสติ
• ผู้ป่วยใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือมีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
.
ป้องกันเลือดกำเดาไหลได้อย่างไร?
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ
• เพิ่มความชื้นในห้อง หากอากาศแห้ง
• ทาวาสลีนหรือเจลเพิ่มความชุ่มชื้นภายในโพรงจมูก (ตามคำแนะนำของแพทย์)
• หลีกเลี่ยงการแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกแรง
• ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
• หากเลือดกำเดาไหลบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
.
ข้อควรรู้: เลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่เกิดจากหลอดเลือดเล็ก ๆ บริเวณด้านหน้าของผนังกั้นจมูก ซึ่งสามารถหยุดได้ด้วยการบีบปีกจมูกอย่างถูกวิธี แต่หากเลือดออกบ่อยหรือหยุดยาก ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
.
ข้อมูลโดย รศ.ดร.นพ.บวร วิทยชำนาญกุล ผู้ช่วยคณบดีด้านทรัพยากรมนุษย์ และอาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มช.
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ![]()
https://www.facebook.com/share/p/1a5jtQuRvA/
#เลือดกำเดาไหล #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU
