mourning ribbon

“ผู้ป่วยอัลไซเมอร์โมโหร้าย” จริงหรือแค่เราเข้าใจผิด

“ผู้ป่วยอัลไซเมอร์โมโหร้าย” จริงหรือแค่เราเข้าใจผิด?

เมื่อพูดถึงผู้ป่วยอัลไซเมอร์ หลายคนมักนึกถึงภาพของคนที่ “นิสัยเปลี่ยนไป” หรือ “โมโหร้ายขึ้น” อย่างชัดเจน แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของนิสัย หากแต่เป็นผลจากความเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกิดขึ้นจากโรค
อัลไซเมอร์เป็นโรคสมองเสื่อมที่ส่งผลต่อทั้งความจำ ความคิด และพฤติกรรม โดยอาการหงุดหงิดหรือก้าวร้าวนั้นจัดอยู่ในกลุ่มอาการที่เรียกว่า Behavioral and Psychological Symptoms of Dementia (BPSD) ซึ่งสามารถพบได้จริง แต่ไม่ได้เกิดกับผู้ป่วยทุกคน และไม่ใช่อาการหลักของโรค

ทำไมผู้ป่วยถึงดู “โมโหร้าย”?
อาการก้าวร้าวในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล แต่มีพื้นฐานจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่
1. สมองส่วนควบคุมอารมณ์เสื่อมลง
สมองส่วนที่ทำหน้าที่ยับยั้งพฤติกรรมและควบคุมอารมณ์ เมื่อเสื่อมลง จะทำให้ผู้ป่วยควบคุมอารมณ์ได้ยาก และตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นแรงกว่าปกติ
2. ความสับสนจากความจำที่ลดลง
ผู้ป่วยอาจจำคนใกล้ตัวไม่ได้ หรือไม่เข้าใจสถานการณ์ เช่น คิดว่ากำลังถูกทำร้าย ทั้งที่จริงกำลังได้รับการช่วยเหลือ จึงตอบสนองด้วยความโกรธหรือการต่อต้าน
3. ปัจจัยกระตุ้นจากร่างกายและสิ่งแวดล้อม
เช่น ความเจ็บปวด การนอนหลับไม่เพียงพอ เสียงดัง สภาพแวดล้อมวุ่นวาย หรือการถูกบังคับให้ทำกิจกรรม ล้วนสามารถกระตุ้นอารมณ์ก้าวร้าวได้
อาการที่พบในชีวิตจริง
พฤติกรรมของผู้ป่วยอาจแตกต่างกันไป เช่น
• หงุดหงิดง่าย
• ปฏิเสธการดูแล
• ตะโกน โวยวาย
• บางรายอาจมีพฤติกรรมรุนแรง
อาการมักเกิดเป็นช่วง ๆ และสัมพันธ์กับสถานการณ์ โดยมักรุนแรงขึ้นในช่วงเย็นหรือกลางคืน ซึ่งเรียกว่า “ภาวะพระอาทิตย์ตกดิน” (sundowning)

ที่สำคัญ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังก้าวร้าว แต่รู้สึกว่ากำลัง “ปกป้องตัวเอง”

แนวทางการดูแลและจัดการ
เริ่มจาก “ไม่ใช้ยา” ก่อน
แนวทางทางการแพทย์แนะนำให้ใช้วิธีดูแลที่ไม่ใช้ยาเป็นอันดับแรก เช่น
• จัดสภาพแวดล้อมให้สงบและคุ้นเคย
• สร้างกิจวัตรประจำวันให้ชัดเจน
• พูดคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ช้า และเข้าใจง่าย
• เบี่ยงเบนความสนใจเมื่อเริ่มมีอาการ
• ตรวจหาสาเหตุทางกาย เช่น ความเจ็บปวด

วิธีเหล่านี้ช่วยลดอาการก้าวร้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้ยา (เมื่อจำเป็น)
ในกรณีที่อาการรุนแรงหรือมีความเสี่ยง อาจต้องใช้ยา เช่น ยาต้านโรคจิต หรือยาต้านซึมเศร้า แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเสี่ยงในผู้สูงอายุ
ครอบครัวควรรับมืออย่างไร?
เมื่อผู้ป่วยมีอารมณ์โกรธหรือก้าวร้าว ควร
• พูดด้วยน้ำเสียงสงบ
• หลีกเลี่ยงการโต้แย้ง
• ให้พื้นที่และความปลอดภัย
• เปลี่ยนความสนใจไปทำกิจกรรมอื่น
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
• การตำหนิหรือใช้อารมณ์ตอบโต้
• การบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ต้องการ
• การทำให้ผู้ป่วยรู้สึกถูกคุกคาม

การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและคุ้นเคย รวมถึงมีผู้ดูแลที่ผู้ป่วยไว้วางใจ จะช่วยลดความกังวลและอาการก้าวร้าวได้

สัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์
ควรรีบพาผู้ป่วยพบแพทย์ หากมีอาการ เช่น
• พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
• ก้าวร้าวรุนแรงขึ้น
• มีไข้ ปวด หรือสับสนมากขึ้น
• นอนไม่หลับอย่างหนัก
เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ หรือภาวะสับสนเฉียบพลัน

เปลี่ยนมุมมองของสังคม
การมองว่าผู้ป่วยอัลไซเมอร์ “นิสัยเสีย” หรือ “โมโหร้าย” เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะพฤติกรรมเหล่านี้คือ “อาการของโรค” ไม่ใช่ตัวตนของผู้ป่วย
การเข้าใจอย่างถูกต้อง จะช่วยลดการตีตรา และทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและมีศักดิ์ศรี

อาการโมโหหรือก้าวร้าวในผู้ป่วยอัลไซเมอร์เป็นสิ่งที่พบได้ แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน และไม่ได้สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของผู้ป่วย การดูแลที่เหมาะสมควรเริ่มจากความเข้าใจ ปรับสิ่งแวดล้อม และใช้ยาเมื่อจำเป็น
“ความเข้าใจ” จากครอบครัวและสังคม คือหัวใจสำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : อ.นพ.นพดนัย ศิริมหาราช อาจารย์ประจำหน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน

ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu