
ก็แดดเชียงใหม่มันร้อน รู้ก่อนผิวไหม้! แพทย์ มช. แนะวิธีปกป้อง–ฟื้นฟูผิวจากแสงแดดในหน้าร้อน รับเทศกาลสงกรานต์
.
ในช่วงฤดูร้อนหรือเทศกาลที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การท่องเที่ยว เล่นน้ำสงกรานต์ หรือทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน หลายคนอาจเผชิญปัญหา “ผิวไหม้แดด” โดยไม่รู้ตัว แม้ในวันที่แดดไม่ได้รู้สึกร้อนจัด แต่รังสีจากแสงแดดก็ยังสามารถทำร้ายผิวหนังได้
.
รศ.นพ.มติ เชื้อมโนชาญ อาจารย์ประจำหน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.เปิดเผยว่า “แสงแดดประกอบด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet: UV) หลายชนิด แต่รังสีที่มีผลต่อผิวหนังโดยตรงคือ UVB และ UVA โดย UVB เป็นรังสีที่มีพลังงานสูง แม้จะส่องลงมาถึงพื้นโลกเพียงประมาณ 5% แต่ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิด ผิวไหม้แดด (Sunburn) และสามารถทำลาย DNA ของเซลล์ผิวหนังได้ ขณะที่ UVA มีปริมาณมากกว่า 95% สามารถทะลุผ่านกระจกและลงลึกถึงชั้นหนังแท้ ทำลายคอลลาเจนและอิลาสติน ส่งผลให้เกิด ผิวแก่ก่อนวัย ฝ้า กระ และริ้วรอย ดังนั้น แม้ในวันที่อากาศไม่ร้อนจัด หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีแสงแดดผ่านกระจก รังสีเหล่านี้ก็ยังสามารถทำร้ายผิวได้เช่นกัน
.
นอกจากนี้ ความแรงของแสงแดดไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่รู้สึกร้อนหรือเย็นเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับ ค่า UV Index ซึ่งสะท้อนความเข้มข้นของรังสีอัลตราไวโอเลต โดยในประเทศไทยรวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ ค่า UV Index มักอยู่ในระดับสูงถึงสูงมากเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่รังสี UV เข้มข้นที่สุด จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน
.
สำหรับความเสี่ยงของการเกิดผิวไหม้แดดนั้น สีผิวมีผลต่อระดับความเสี่ยง โดยคนผิวขาวมีเมลานินน้อย จึงป้องกันรังสี UV ได้น้อยกว่า ทำให้ผิวไหม้ได้ง่าย และมีความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังมากกว่า ส่วนคนผิวคล้ำมีเมลานินมากกว่า จึงช่วยดูดซับรังสี UV ได้บางส่วน อาการผิวไหม้แดดมักเริ่มเห็นชัด ภายใน 6–24 ชั่วโมงหลังโดนแดดจัด ผู้ป่วยอาจมีอาการผิวแดง แสบ ร้อน และในบางรายอาจมีไข้หรือปวดเมื่อยตามตัวร่วมด้วย”
.
รศ.นพ.มติ กล่าวว่า “การป้องกันผิวจากรังสี UV ควรทำหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ การใช้อุปกรณ์ป้องกันแดด เช่น แว่นกันแดดที่ป้องกันรังสี UV400 หมวกปีกกว้างอย่างน้อย 7.5 เซนติเมตร และการใช้ร่ม เพื่อลดการสัมผัสแสงแดดโดยตรง นอกจากนี้ การเลือกเสื้อผ้าก็มีส่วนช่วยป้องกันรังสี UV โดย เสื้อผ้าสีเข้ม เช่น สีดำ สามารถป้องกันรังสีได้ดีกว่าสีอ่อน และเสื้อผ้าที่ผ่านการซักหลายครั้งจะช่วยกัน UV ได้ดีขึ้น เนื่องจากเส้นใยผ้าหดตัวแน่นขึ้น
.
ในส่วนของครีมกันแดด ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี ค่า SPF 30 ขึ้นไป และ PA+++ ขึ้นไป โดยปริมาณที่เหมาะสมสำหรับใบหน้าและลำคอคือประมาณ 2 ข้อนิ้ว (สำหรับครีม) หรือประมาณ 2 เหรียญสิบบาท (สำหรับโลชั่นหรือฟลูอิด) และควรทาก่อนออกแดดประมาณ 15–30 นาที พร้อมทั้งทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง หากต้องทำกิจกรรมที่โดนน้ำ เช่น เล่นน้ำสงกรานต์ ควรเลือกสูตร Water Resistance
.
หากเกิดอาการผิวไหม้แดดแล้ว ควรดูแลผิวอย่างเหมาะสมเพื่อลดการอักเสบและช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น เช่น การใช้ว่านหางจระเข้ (Aloe vera) หรือมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการแสบร้อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาผิวที่เริ่มลอก”
.
ทั้งนี้ รศ.นพ.มติ เน้นย้ำว่า “ประเทศไทยมีค่า UV Index สูงเกือบตลอดปี การป้องกันแสงแดดจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยการสวมอุปกรณ์ป้องกันแดด ใช้ครีมกันแดดอย่างถูกวิธี และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในช่วงเวลาที่รังสีเข้มข้น จะช่วยลดความเสี่ยงของผิวไหม้แดด รวมถึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและปัญหาผิวในระยะยาวได้”
.
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ![]()
https://www.facebook.com/share/p/18YT5CmtW9/
.
#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #โรงพยาบาลสวนดอก #โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU
