
ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถมี “มดลูก 2 อัน” ได้จริงหรือ?
.
หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ผู้หญิงบางคนสามารถมี “มดลูก 2 อัน” ได้จริง ซึ่งภาวะนี้เรียกว่า มดลูกแฝด (uterine didelphys) เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด และพบได้ไม่บ่อยนัก
.
มดลูกแฝดคืออะไร แตกต่างจากมดลูกปกติอย่างไร?
โดยปกติแล้ว ผู้หญิงจะมีมดลูกเพียง 1 อัน เชื่อมต่อกับท่อนำไข่ทั้งซ้ายและขวา มีปากมดลูก 1 อัน และช่องคลอด 1 ช่อง แต่ในภาวะมดลูกแฝด จะมีมดลูกแยกออกมาเป็น 2 อัน โดยมดลูกทั้งสองไม่เชื่อมต่อกัน และมักมีปากมดลูก 2 อันแยกจากกัน บางรายอาจพบผนังกั้นในช่องคลอด ทำให้มีช่องคลอด 2 ช่องแยกกัน
ภาวะมดลูกแฝดเกิดขึ้นได้อย่างไรตั้งแต่กำเนิด?
ภาวะนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ยังเป็นทารกในครรภ์ โดยในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 10 สัปดาห์ อวัยวะสืบพันธุ์จะเริ่มพัฒนาจากท่อเล็ก ๆ 2 ข้างที่เรียกว่า Mullerian duct ตามปกติ ท่อทั้งสองจะเชื่อมกันตรงกลาง เพื่อสร้างเป็นมดลูก ปากมดลูก และช่องคลอด ซึ่งกระบวนการนี้จะสมบูรณ์เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 16 สัปดาห์ แต่หากการเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์ ท่อทั้งสองจะแยกกันพัฒนา กลายเป็นมดลูก 2 อัน และปากมดลูก 2 อัน
.
ภาวะนี้พบได้บ่อยแค่ไหน?
มดลูกแฝดพบได้ค่อนข้างน้อย โดยพบประมาณ 0.1–0.5% ของผู้หญิงทั้งหมด หรือประมาณ 1 ใน 1,000 คน
.
อาการที่อาจสังเกตได้
ผู้หญิงหลายคนอาจไม่รู้ตัวว่ามีมดลูกแฝด เพราะยังสามารถใช้ชีวิตและมีประจำเดือนได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม บางรายอาจมีอาการ เช่น
• ปวดประจำเดือนรุนแรง โดยเฉพาะกรณีมีผนังกั้นช่องคลอด ทำให้เลือดระบายออกไม่สะดวก จนเกิดการคั่งของเลือด และอาจไหลย้อนกลับไปในอุ้งเชิงกราน เสี่ยงต่อภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์
• เลือดออกผิดปกติ มีเลือดกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน
• มีตกขาวเป็น ๆ หาย ๆ
• ภาวะแท้งซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ
.
แพทย์ตรวจพบได้อย่างไร?
ส่วนใหญ่จะตรวจพบจากการตรวจวินิจฉัย เช่น
• การตรวจภายใน
• การอัลตราซาวด์ (Ultrasound)
• การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
• การฉีดสีตรวจท่อนำไข่ (Hysterosalpingography: HSG)
.
สามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่?
ผู้หญิงที่มีมดลูกแฝดสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโพรงมดลูกแต่ละข้างมีขนาดเล็กกว่าปกติ จึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น
• แท้งในช่วงไตรมาสแรก
• ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์
• คลอดก่อนกำหนด
.
มีโอกาสตั้งครรภ์พร้อมกันทั้งสองข้างหรือไม่?
ในทางธรรมชาติ โอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก เพราะโดยปกติไข่จะตกเดือนละ 1 ใบจากรังไข่ข้างใดข้างหนึ่ง แต่ในกรณีที่มีการใช้ยากระตุ้นไข่ หรือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ก็มีรายงานว่าสามารถตั้งครรภ์พร้อมกันทั้งสองข้างได้ แม้จะพบได้น้อยมาก
.
จำเป็นต้องรักษาหรือผ่าตัดหรือไม่?
หากไม่มีอาการผิดปกติ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องรักษาหรือผ่าตัด การผ่าตัดจะพิจารณาเป็นรายบุคคล เช่น ในกรณีที่มีอาการรุนแรง ได้แก่
• ปวดประจำเดือนมาก
• มีเลือดคั่ง
• มีภาวะแท้งซ้ำ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยมากขึ้น
.
ควรดูแลสุขภาพและวางแผนการตั้งครรภ์อย่างไร?
แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง หากมีอาการ เช่น
• ปวดประจำเดือนรุนแรง
• แท้งซ้ำ
• พยายามมีบุตรเกิน 1 ปีแล้วยังไม่สำเร็จ
.
ควรติดตามกับแพทย์หรือไม่?
หากทราบว่ามีมดลูกแฝด ควรพบแพทย์เพื่อติดตาม โดยเฉพาะหากมีอาการผิดปกติ นอกจากนี้ แนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์เพื่อประเมินไตร่วมด้วย เนื่องจากมดลูกและไตพัฒนามาจากเนื้อเยื่อใกล้เคียงกัน จึงอาจพบความผิดปกติร่วมกันได้
.
ใช้ชีวิตและมีลูกได้เหมือนคนทั่วไปหรือไม่?
ผู้หญิงที่มีมดลูกแฝดสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีครอบครัวได้เหมือนคนทั่วไป เพียงแต่ในช่วงตั้งครรภ์ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และทารก
.
มดลูกแฝดคือโรคหรือไม่?
มดลูกแฝดถือเป็น “ความผิดปกติทางกายวิภาค” ที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด ไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นภายหลัง คำแนะนำสำหรับผู้ที่เพิ่งทราบว่ามีมดลูกแฝด ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลมากเกินไป เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการของตนเอง และเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพและการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม
.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : อ.พญ.รัศมิ์รวี จันทรศิริ อาจารย์หน่วยเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
#มดลูกแฝด#สุขภาพดีกับหมอสวนดอก #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu
