
เวียนหัว บ้านหมุน เรื่องวุ่น ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม 


.
อาการเวียนหัวหรือรู้สึกเหมือนบ้านหมุน เป็นอาการที่พบได้ในคนทุกช่วงวัย ไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุอย่างที่หลายคนเข้าใจ และที่สำคัญ คำว่า “เวียนหัว” ที่แต่ละคนใช้เล่าอาการนั้น อาจหมายถึงความรู้สึกคนละแบบกันเลย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาไปพบแพทย์ เรามักถูกถามละเอียดว่าเวียนแบบไหน หมุนอย่างไร และเกิดขึ้นตอนไหน เพื่อช่วยแยกสาเหตุที่เป็นไปได้ให้ชัดเจนที่สุด
.
เวียนหัวบ้านหมุน คือความรู้สึกแบบไหน? อาการ “เวียนหัวบ้านหมุน” มักมีลักษณะเด่นอยู่ 2 แบบ คือ
• รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหมุน
• รู้สึกเหมือนสิ่งแวดล้อมรอบตัวกำลังหมุน อาการลักษณะนี้ทางการแพทย์มักจัดอยู่ในกลุ่มอาการเวียนศีรษะแบบหมุน และมีความเกี่ยวข้องกับ “ระบบการทรงตัว” ของร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะสำคัญ เช่น หูชั้นใน หรือ ระบบสมองส่วนทรงตัว
.
เวียนที่หัว…แต่ต้นเหตุอยู่ที่หู หูของคนเราแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ หูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน โดยหูชั้นในแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
• ส่วนรับเสียง
• ส่วนควบคุมการทรงตัว
.
ระบบการทรงตัวในหูชั้นในประกอบด้วยของเหลวและตัวรับสัญญาณการเคลื่อนไหว ทำหน้าที่ตรวจจับการหันซ้าย-ขวา ก้ม-เงย และการเปลี่ยนตำแหน่งศีรษะ เพื่อส่งข้อมูลให้สมองรับรู้ว่าเรากำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด หากระบบนี้ทำงานผิดปกติ ก็อาจทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุนได้ อย่างไรก็ตาม แม้หูชั้นในจะเป็นหัวใจสำคัญของการทรงตัว แต่ความจริงแล้ว ร่างกายต้องอาศัยหลายระบบทำงานร่วมกัน ได้แก่
• ระบบหู-เส้นประสาทหู ที่เกี่ยวกับทรงตัว
• การมองเห็น
• สมองและระบบประสาท
• กล้ามเนื้อและข้อต่อ
.
ดังนั้นอาการเวียนหัวจึงอาจมีสาเหตุได้หลากหลาย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยร่วมอื่น ๆ เช่น พักผ่อนน้อย เครียด วิตกกังวล หรือผลข้างเคียงจากยา จึงจำเป็นต้องซักประวัติอย่างละเอียด
.
โรคหูที่พบบ่อยที่ทำให้เวียนหัวบ้านหมุน
1.
หินปูนในหูชั้นในหลุด ในหูชั้นในมีผลึกแคลเซียมขนาดเล็กมาก หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “หินปูน” หากผลึกเหล่านี้หลุดหรือเคลื่อนผิดตำแหน่ง จะไปรบกวนการไหลของของเหลวในระบบทรงตัว ทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุนแบบเฉียบพลัน ลักษณะเด่นคือ
• เวียนหมุนตอนเปลี่ยนท่าทาง เช่น ล้มตัวลงนอน พลิกตัว หรือแหงนหน้า
• เวียนเป็นช่วงสั้น ๆ ระดับวินาที
• ไม่มีอาการทางหูหรืออาการทางระบบประสาทสมองร่วมด้วย การทดสอบเพื่อวินิจฉัยและการรักษา(ด้วยการจัดหินปูน) ควรทำโดยแพทย์ ไม่แนะนำให้ลองทำเอง
2.
น้ำในหูชั้นในไม่เท่ากัน เป็นอีกภาวะที่พบบ่อย เกิดจากปริมาณของเหลวในหูชั้นในมากผิดปกติ ส่งผลทั้งต่อการทรงตัวและการได้ยิน โดยมีอาการ คือ
• เวียนหัวนาน 20 นาทีขึ้นไป เวียนซ้ำหลายครั้ง
• มีอาการหูอื้อ / มีเสียงรบกวนในหู / แน่นหู / การได้ยินลดลง ข้างเดียว ร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แพทย์มักแนะนำให้ลดเค็ม ลดคาเฟอีน แอลกอฮอล์ จัดการความเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ ร่วมกับการรับประทานยาเพื่อลดอาการเวียนศีรษะ
.
ภาวะเวียนหัวจากหูที่พบไม่บ่อย แต่ต้องระวัง
นอกจากนี้ ยังมีภาวะเวียนหัวจากหูที่พบไม่บ่อย แต่ต้องระวัง ได้แก่ ภาวะหูชั้นในอักเสบจากการติดเชื้อ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุ ดังนี้
1. การติดเชื้อในหูชั้นกลาง (เช่น หูน้ำหนวก) แล้วลุกลามเข้าสู่หูชั้นใน ทำให้เวียนหัวบ้านหมุนและการได้ยินลดลง
2. ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากการติดเชื้อ เช่น โรคไข้หูดับ จากการสัมผัส/รับประทานหมูดิบที่มีเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis ปนเปื้อน ทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง มีไข้สูง ซึมลง ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อในเยื่อหุ้มสมองและลุกลามเข้าหูชั้นในทำให้เกิดภาวะหูชั้นในอักเสบ ส่งผลทั้งด้านการได้ยินและการทรงตัวในระยะยาวได้
.
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์? ควรรีบเข้ารับการตรวจ หากมีอาการดังต่อไปนี้ • เวียนรุนแรง หรือเวียนไม่หาย
• เวียนร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น ชา อ่อนแรง หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน ปวดศีรษะรุนแรง
• มีอาการทางหู เช่น ปวดหู หนองไหล หูอื้อ การได้ยินลดลง หรือมีเสียงในหู
• อาเจียนมาก กินยาแล้วไม่ได้ผล
เวียนหัวบ้านหมุน กินยาแก้เมารถได้ไหม?
สามารถใช้ยาแก้เมารถเพื่อบรรเทาอาการเวียนได้ในเบื้องต้น แต่เป็นเพียงการประคองอาการ ไม่ได้แก้ที่สาเหตุ หากอาเจียนมาก ยาอาจไม่ได้ผล และควรมาพบแพทย์เพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม
.
ขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.พญ.ศณัฐธร เชาวน์ศิลป์ อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียงโดย: นางสาวนันทพร ระบิน นักประชาสัมพันธ์ งานสื่อสารองค์กร และนางสาวพัทธ์ธีรา สุรเสกข์ ตำแหน่งนักศึกษาฝึกประสบการณ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ภาพ/ข่าว: งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU
