mourning ribbon

นิปาห์มาแล้วจริงหรือ? แพทย์ มช. เคลียร์ชัด ไทยยังไม่พบผู้ป่วย

นิปาห์มาแล้วจริงหรือ? แพทย์ มช. เคลียร์ชัด ไทยยังไม่พบผู้ป่วย

.

อาจารย์ประจำหน่วยโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ออกมาให้ข้อมูลยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันหรือผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ แม้ในช่วงที่ผ่านมา จะมีรายงานการระบาดในบางประเทศ เช่น อินเดีย และบังกลาเทศ พร้อมย้ำให้ประชาชนตระหนักรู้และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันขั้นพื้นฐาน โดยไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก

.

ผศ.นพ.ปรเมษฐ์ วินิจจะกูล อาจารย์ประจำหน่วยโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “สถานการณ์ไวรัสนิปาห์ในประเทศไทยขณะนี้ยังอยู่ในระดับเฝ้าระวัง โดยยังไม่พบการติดเชื้อในคน แม้จะเคยมีการตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสในค้างคาวผลไม้บางชนิดในประเทศไทย แต่ยังไม่พบการแพร่เชื้อสู่ประชาชน”

.

ผศ.นพ.ปรเมษฐ์ อธิบายว่า “ไวรัสนิปาห์ไม่ใช่ไวรัสที่เพิ่งค้นพบ โดยพบการระบาดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2541 ที่ประเทศมาเลเซีย มีค้างคาวผลไม้เป็นแหล่งรังโรค และอาจมีสัตว์ตัวกลาง เช่น สุกร แพะ แกะ หรือม้า ก่อนแพร่เชื้อสู่คน โรคนี้สามารถก่อให้เกิด ไข้สมองอักเสบหรือการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรง และมีอัตราการเสียชีวิตสูงประมาณ 40–70%

.

อย่างไรก็ตาม ไวรัสนิปาห์ ติดต่อได้ยากกว่าโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ โดยส่วนใหญ่ต้องอาศัยการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของสัตว์หรือผู้ป่วย การแพร่จากคนสู่คนพบได้น้อย และมักเกิดในกรณีดูแลผู้ป่วยใกล้ชิดหรือสัมผัสร่างกายโดยตรง

.

ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินมาตรการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงที่สนามบินและจุดผ่านแดน ขณะที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้เตรียมความพร้อมทั้งระบบคัดกรอง ห้องแยกผู้ป่วย อุปกรณ์ป้องกัน และการประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

.

การคัดกรองจะพิจารณาจาก ประวัติเดินทางไปพื้นที่ระบาดภายใน 21 วัน ประวัติสัมผัสค้างคาวหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ป่วย การรับประทานผลไม้หรืออาหารที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากสัตว์ อาการไข้ ระบบทางเดินหายใจ หรืออาการทางระบบประสาท หากเข้าข่ายผู้ป่วยต้องสงสัย จะมีการแยกผู้ป่วยในห้องความดันลบและส่งตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ”

.

นพ.ปรเมษฐ์เน้นย้ำว่า “การป้องกันไวรัสนิปาห์สามารถทำได้ด้วยมาตรการเดียวกับโรคติดเชื้อทั่วไป ได้แก่ หมั่นล้างมือให้สะอาด รับประทานอาหารปรุงสุก สะอาด ล้างและปอกเปลือกผลไม้ก่อนรับประทาน หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยกัดแทะหรือปนเปื้อน หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวและสัตว์ป่วย สวมหน้ากากอนามัยในที่แออัดหรือสถานพยาบาล ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้ทำร้ายหรือรบกวนค้างคาว เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการและสถาบันการแพทย์ หลีกเลี่ยงการเชื่อหรือแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน พร้อมย้ำว่า “ตระหนักได้ แต่ไม่ตื่นตระหนก” คือแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน”

.

เรียบเรียงโดย: นางสาวนันทพร ระบิน นักประชาสัมพันธ์ และนางสาวพัทธ์ธีรา สุรเสกข์ ตำแหน่งนักศึกษาฝึกประสบการณ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ภาพ / ข่าว :งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

#ไวรัสนิปาห์ #แพทย์ มช. #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช. #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu