
เข้าป่า นอนดอย ระวังถูกไรอ่อนกัด พาหะนำโรคไข้รากสาดใหญ่
.
อากาศดีในช่วงฤดูหนาว นักท่องเที่ยวสายเดินป่า ตั้งแคมป์ ส่วนใหญ่วางแผนไปท่องเที่ยวเพื่อใกล้ชิดธรรมชาติ โดยอาจมองข้ามสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่อาจจะสร้างความเจ็บป่วยให้กับร่างกาย จนไม่ทันได้ป้องกันตัว “ไข้รากสาดใหญ่” หรือโรคไข้จากไรอ่อน เป็นโรคที่พบได้บ่อยในภาคเหนือ ซึ่งในปีนี้มีผู้ป่วยจากโรคนี้เกือบ 10,000 รายทั่วประเทศไทย
.
โรคไข้รากสาดใหญ่คืออะไร
ไข้รากสาดใหญ่ หรือโรคไข้จากไรอ่อน หรือโรค scrub typhus เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยพาหะนำโรคคือ “ตัวไรอ่อน” ที่มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ แนวพุ่มไม้เตี้ย และป่าโปร่ง ในเขตชนบทก็จะพบได้มากกว่าในเขตเมือง การไปตั้งแคมป์หรือเดินป่าในช่วงฤดูหนาวจึงมีโอกาสที่จะโดนตัวไรอ่อนกัด ทำให้เชื้อโรคก็เข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง
.
อาการที่ต้องสังเกต
อาการเจ็บป่วยจะไม่พบทันที แต่หลังจากไปพื้นที่เสี่ยงอาจจะใช้เวลา ประมาณ 1-2 สัปดาห์ถึงจะพบอาการ โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
• มีไข้
• ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว
• ผื่นที่ไม่เจ็บ คล้ายรอยบุหรี่จี้ (แดง ๆ นูน ๆ ตรงกลางดำ)
หากมีไข้ หรือปวดศีรษะมาก เมื่อทานยาพาราเซตามอลแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรมาพบแพทย์
.
คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเที่ยวป่าในช่วงนี้
• พยายามสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด ป้องกันตัวไรอ่อนเกาะตามผิวหนัง
• หากใครต้องการสวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น ควรพกโลชั่นหรือสเปรย์กันแมลง ที่มีสาร DEET (N,N-Diethyl-meta-toluamide) ความเข้มข้น 20-50% หากความเข้มข้นมากกว่านี้ อาจทำให้ระคายเคืองผิวหนังได้ โดยการใช้สเปรย์ 1 ครั้งสามารถอยู่ได้นาน 4-6 ชั่วโมง
• เมื่อกลับมาจากการท่องเที่ยวควรรีบอาบน้ำล้างตัวให้สะอาด
.
การไปท่องเที่ยวพักผ่อน ควรควบคู่ไปกับสุขภาพที่แข็งแรง การป้องกันตัวเองโดยการสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด หรือพกโลชั่นและสเปรย์กันแมลง เพียงเท่านี้สายท่องเที่ยวธรรมชาติก็ปลอดภัยจากโรคไข้รากสาดใหญ่
.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.ดร.นพ.อมรพัฐ กิจโร อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียงโดย: นางสาวธัญญลักษณ์ สดสวย นักประชาสัมพันธ์ งานสื่อสารองค์กร และนางสาวจิณณพัต นิลแนม ตำแหน่งนักศึกษาฝึกประสบการณ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
