mourning ribbon

วันถุงลมโป่งพองโลก (World COPD Day)

วันถุงลมโป่งพองโลก (World COPD Day) ร่วมตระหนักรู้ ดูแลปอดของเราให้แข็งแรง ป้องกันโรคถุงลมโป่งพอง

.

วันถุงลมโป่งพองโลก (World COPD Day) จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง องค์การอนามัยโลก (WHO) และ Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease (GOLD) ในปี 2568 นี้ตรงกับวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลกและของประเทศไทย

.

โรคถุงลมโป่งพองคืออะไร

.

โรคถุงลมโป่งพอง หรือที่เรียกชื่อทางการแพทย์ว่า “โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease – COPD)” เป็นภาวะที่เกิดจาก การอักเสบเรื้อรังของหลอดลมและถุงลมในปอด ทำให้ถุงลมเสียหายและสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้การไหลเวียนของอากาศออกจากปอดลดลง

.

ผู้ป่วยจะมีอาการ ไอเรื้อรัง มีเสมหะ หายใจเหนื่อยง่าย และแน่นหน้าอก อาการจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้น จนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก หากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้

.

สาเหตุของโรคถุงลมโป่งพอง

.

โรคนี้เกิดจากทั้ง ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและพันธุกรรม โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่

• การสูบบุหรี่ หรือการได้รับควันบุหรี่มือสอง

• มลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และควันพิษจากการเผาไหม้

• การสัมผัสสารเคมีหรือควันในสถานที่ทำงานเป็นเวลานาน

• ความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น การขาดเอนไซม์ Alpha-1 Antitrypsin

.

อาการของโรคถุงลมโป่งพอง

• ไอเรื้อรัง มีเสมหะ โดยเฉพาะในตอนเช้า

• หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย โดยเริ่มจากเวลาออกแรง แล้วอาจเกิดแม้ในขณะพัก

• แน่นหน้าอก หรือหายใจมีเสียงหวีด

• ในระยะรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีริมฝีปากเขียว คลื่นไส้ เหงื่อออกมาก และมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ

.

การรักษา
แนวทางการรักษาโรคถุงลมโป่งพองประกอบด้วยหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่

• การใช้ยา ใช้ยาสูดขยายหลอดลม เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น และอาจให้ร่วมกับยาสูดสเตียรอยด์ในบางรายเพื่อลดการอักเสบ

• การเลิกสูบบุหรี่ เป็นวิธีที่สำคัญและได้ผลดีที่สุดในการชะลอความรุนแรงของโรค

• การได้รับวัคซีน ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ วัคซีนโควิด-19 และวัคซีนอาร์เอสวี เพื่อลดการติดเชื้อทางเดินหายใจที่อาจกระตุ้นให้โรคกำเริบ และลดความรุนแรงของโรคในกรณีที่มีการติดเชื้อ

• การฟื้นฟูสมรรถภาพปอด (Pulmonary Rehabilitation): ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจและปรับปรุงคุณภาพชีวิต

• การให้ออกซิเจน: สำหรับผู้ป่วยระยะรุนแรงที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ

.

การป้องกันโรคถุงลมโป่งพอง

• งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง

• หลีกเลี่ยงฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ เช่น PM 2.5

• ใช้หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่อากาศไม่ดี

• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

• ตรวจสุขภาพปอดเป็นประจำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือสูบบุหรี่มานาน

.

โรคถุงลมโป่งพองเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ หากดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมและลดปัจจัยเสี่ยงอย่างจริงจัง การรู้เท่าทันโรคและการเข้ารับการตรวจปอดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพมากขึ้น

.

ข้อมูลโดย:รศ.นพ.อรรถวุฒิ ดีสมโชค หัวหน้าหน่วยวิชาระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เรียบเรียงโดย: นางสาวนันทพร ระบิน

ภาพ / ข่าว: งานสื่อสารองค์กร งานประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่