mourning ribbon

29 ตุลาคม วันโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Day)

29 ตุลาคม วันโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Day)

.

29 ตุลาคม ของทุกปี คือวันโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Day) ในปีนี้ ภายใต้แนวคิด “ออกกำลังกายเป็นนิสัย ห่างไกล Stroke” กำหนดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวในการดูแลรักษาตนเองและคนรอบข้าง ให้ห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัมพาต หรือสโตรก เป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกควรตระหนัก ให้ความสำคัญ และรู้จักการป้องกัน

.

Stroke หรือ โรคหลอดเลือดสมอง สำคัญอย่างไร

.

โรคหลอดเลือดสมองยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตและความพิการอันดับต้น ๆ ของคนไทย โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ถึง 300,000 รายต่อปี และอัตราการเสียชีวิตทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 7.07% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานเล็กน้อย

.

โรคหลอดเลือดสมองคืออะไร

.

โรคหลอดเลือดสมอง คือ ภาวะที่สมองขาดเลือด เนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก และเกิดความผิดปกติ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือเส้นเลือดสมองตีบ และเส้นเลือดสมองแตก ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้มีวิธีรักษาไม่เหมือนกัน อาการเหล่านี้ เป็นอาการระบบประสาท สามารถสังเกตได้ตามหลัก F.A.S.T ดังนี้

.

F = Face ใบหน้าชา ปากเบี้ยว มุมปากตก กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก

A = Arm แขน ขา อ่อนแรง เดินเซ ทรงตัวลำบาก

S = Speech พูดไม่ออก ลิ้นแข็ง หรือ พูดไม่ชัดอย่างทันทีทันใด

T = Time รู้เวลาที่เริ่มมีอาการ คือ รู้ว่าเริ่มมีอาการเป็นเวลานานเท่าใด นับจากที่มีอาการผิดปกติ หรือนับจากเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการปกติเป็นครั้งสุดท้าย และรีบไปโรงพยาบาลทันที เพื่อการตรวจและวินิจฉัย ภายใน 4.5 ชั่วโมง

.

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง

.

แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ใหญ่ คือ

.

1. ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้ เช่น เพศ ซึ่งเพศชายพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าเพศหญิง รวมถึงเชื้อชาติ พันธุกรรม เป็นต้น

2. ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น โรคความดันสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา ความอ้วน การขาดการออกกำลังกาย

.

การตรวจวินิจฉัยโรค ทำได้ ดังนี้

.

– การตรวจคัดกรอง (พูดไม่ชัด มุมปากตก ยกแขนไม่ขึ้น) หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ให้รีบพามาพบแพทย์

– ตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการเอกซเรย์สมอง

.

แนวทางการรักษา

.

เมื่อโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันเฉียบพลัน แพทย์จะทำการเปิดหลอดเลือดอย่างเร่งด่วน แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือด เพราะฉะนั้น ยาละลายลิ่มเลือด จะมีช่วงที่ได้ประโยชน์จากการให้ยา ซึ่งจะอยู่ได้ 4.5 ชั่วโมง หลังจากที่มีอาการเท่านั้น โอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หากผู้ป่วยมาโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ภายใน 4.5 ชั่วโมง โอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น หากผู้ป่วยมีอาการที่กล่าวไปข้างต้น ให้รีบมาพบแพทย์ หรือรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669

.

การป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

.

– ปรับระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ

– หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวสูง

– เลิกสูบบุหรี่

– ควบคุมอาการของโรคเบาหวาน

– ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

– รับประทานผลไม้และผักให้มากยิ่งขึ้น

– ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

– ลดการดื่มสุรา

.

อย่างไรก็ตาม หากสมองตีบและแตก เมื่อขาดเลือด อาจทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นภาวะสมองตาย ซึ่งโอกาสที่จะรอดชีวิตนั้นน้อยมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่ได้อยู่ที่การรักษา แต่คือการป้องกัน หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรค คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

.

ขอบคุณข้อมูลจาก : ผศ.นพ.ชุติเทพ ทีฆพุฒิ อาจารย์หน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน

ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน

ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

.

#วันโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Day) #สุขภาพดีกับหมอสวนดอก #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu