จมูกอักเสบเป็นไซนัส หรือ ภูมิแพ้กันแน่

หากเรามองเข้าไปในรูจมูก จะสังเกตเห็นว่า ในช่องจมูกของเรานั้นไม่ได้เป็นเพียงทางให้ลมผ่านเท่านั้น แต่จะมีเยื่อบุจมูก หิ้งจมูกที่ยื่นออกมาซึ่งจะยาวไปตลอดแนวของช่องจมูก และก่อนที่ลมจะผ่านเข้าไปถึงปอด จะต้องมีการปรับอุณหภูมิ ความชื้น กรองอากาศ ฯลฯ เพื่อจะให้อากาศที่เข้าปอดมีความเหมาะสม ดังนั้นหากในช่องจมูกของเรามีเหตุอะไรที่ขวางทาง หรือทำให้เยื่อบุจมูกในช่องจมูกทำงานผิดปกติ อาจจะมีอาการแสดงออกมา เช่น คัดจมูก มีน้ำมูก หลายคนที่มีอาการก็จะสงสัยว่าตัวเองเป็นแบบนี้ จะเป็นจมูกอักเสบ ไซนัส หรือภูมิแพ้กันแน่
นอกจากนี้ด้านหลังโพรงจมูก จะเป็นช่องโล่งๆ ที่เรียกว่าโพรงหลังจมูกซึ่งตำแหน่งนี้ จะมีท่อที่เปิดไปสู่หูชั้นกลาง คอยปรับแรงดันของหูชั้นกลางอีกด้วย ดังนั้นหากมีอาการในจมูก ก็อาจมีอาการแสดงทางหูได้ด้วยเช่นกัน
ไซนัสคืออะไร
ไซนัส คือโพรงอากาศบริเวณด้านข้างของช่องจมูก อยู่บริเวณใต้ตาโหนกแก้ม ข้างๆ ตา ขึ้นไปยังหน้าผากหรือบริเวณกลางศีรษะอีกส่วนหนึ่ง ช่วยทำให้กะโหลกศีรษะเบา และช่วยในการปรับอากาศภายในโพรงจมูก ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของความดัน และสร้างสารคัดหลั่งที่ป้องกันการติดเชื้อของโพรงจมูกและไซนัส
อาการของจมูกอักเสบ
-คัด
-คัน
-จาม
-น้ำมูก หรือเสมหะลงคอ
-อื่นๆ เช่น ปวด เลือดกำเดาไหล สูญเสียการรับกลิ่น
แบ่งโรคจมูกอักเสบ
เฉียบพลัน /เรื้อรัง ที่ระยะเวลานานกว่า 3 เดือน ได้แก่กลุ่มโรค
-จมูกอักเสบภูมิแพ้
-โรคที่อาการคล้ายคลึง หรือเหมือนกับอาการของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้
-โรคที่มีอาการแสดงทางจมูกบางอาการทับซ้อนกับโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้
อาการของจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
-คัดจมูก คันจมูก คันตา จาม โดยเฉพาะที่จามติดๆ กันเป็นชุด ๆ น้ำมูกใสๆ หากเป็นนานๆ หิ้งจมูก เยื่อบุจมูกจะบวม ลมผ่านได้ไม่ค่อยดี ใต้ตาบางคนจะมีสีคล้ำจากการอุดตันของน้ำเหลือง มีประวัติคนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้ บางคนเกิดการแพ้อาหารตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก มีผื่นคัน มีอาการหอบหืด หรือญาติสายตรงมีประวัติภูมิแพ้
ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นภูมิแพ้เมื่อ มีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น คันจมูกและจาม มีอาการเด่นมากกว่ามีน้ำมูก และคัดจมูก หรือมีภูมิแพ้อย่างอื่นร่วมด้วย เช่น หอบหืด คันบริเวณผิวหนัง คันตา แพ้อาหาร ประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว มีอาการเมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้ และดีขึ้นเมื่อได้ยาต้านฮีสทามีน
จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ สามารถรักษาให้หายได้
หากคิดว่าตนเองเป็นภูมิแพ้ ต้องดูแลตัวเองด้วยการทำให้สุขภาพดี แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นและสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการ หากปฏิบัติตัวดีแล้วยังมีอาการสามารถใช้การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ใช้ยาเพื่อควบคุมโรคเช่น ยาต้านฮีสทามีน (ยาแก้แพ้) ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ นอกจากนี้ยังมีการให้ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยสารก่อภูมิแพ้
จะทราบได้อย่างไรว่าจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
จากประวัติและการตรวจร่างกาย ที่กล่าวมาและยืนยันด้วย
-การทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนัง
-การเจาะเลือดดูภูมิคุ้มกันของร่างกาย (specific IgE)
อาการที่ไม่เหมือนภูมิแพ้
-คัดจมูกข้างเดียว
-คัดจมูกโดยไม่มีอาการอื่นๆ
-มีน้ำมูกข้นเป็นหนอง
-เสมหะลงคอขุ่นเหนียว โดยอาจจะไม่มีน้ำมูกทางด้านหน้าจมูก
-ปวดบริเวณจมูก
-เลือดกำเดาไหลซ้ำๆ หรือน้ำมูกปนเลือด
-จมูกไม่ได้กลิ่น
โรคที่มีอาการแสดงทางจมูกบางอาการ ทับซ้อนกับโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เช่น
-ริดสีดวงจมูก มีลักษณะเป็นก้อนในจมูก อาจมองเห็นด้วยตาหรือเมื่อส่องกล้องตรวจ สามารถรักษาด้วยยา หรือการผ่าตัด
-เนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง (จำเป็นต้องผ่าตัด)
-มะเร็งของโพรงจมูกหรือไซนัส หากรู้สึกคัดจมูกต่อเนื่อง มีอาการรุนแรงมากขึ้น มีน้ำมูก หรือเลือดออกผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุของโรค เนื่องจากมะเร็งของช่องจมูก หรือไซนัส อาจจะไม่มีอาการปวด หรือบวมให้เห็นภายนอก จนกระทั่งเป็นมาก ขนาดใหญ่ ลุกลามไปบริเวณอื่น อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถรักษาได้ โดยทีมแพทย์ร่วมกันผ่าตัด ให้รังสีรักษา รวมถึงเคมีบำบัด
ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง มะเร็งของโพรงจมูก และไซนัส
-ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการเลื่อยไม้
-ทำสี
-สูบบุหรี่
-ดื่มสุรา
บุหรี่และสุรายังเป็นสารก่อมะเร็งในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอีกมาก เพราะมีผลต่อเนื้อเยื่อทั่วร่างกายได้ เช่น เป็นมะเร็งของช่องปาก ทางเดินอาหาร ปอด เป็นต้น
อาการของไซนัสอักเสบ
ไซนัสอักเสบจะพบได้บ่อยที่สุดหลังจากการเป็นหวัด ซึ่งขณะที่เป็นหวัดจะมีน้ำมูกใสๆ คัดจมูก แสบจมูก แสบเพดานปาก อาจมีไข้ร่วมด้วย โดยอาการจะเป็นมากในช่วง 3-5 วันแรก จากนั้นอาการควรจะดีขึ้นและค่อยๆ หาย แต่ในกรณีไซนัสอักเสบนั้นจะอาการจะไม่หาย เป็นระยะเวลามากกว่า 10-14 วัน หรืออาการจะรุนแรงขึ้น มีเสมหะ น้ำมูกกลายเป็นสีเขียวเหลือง ปวดคัดจมูกมากอยู่ข้างเดียว เพราะฉะนั้นให้สังเกตระยะเวลาของการเป็นหวัดนานเกินไป รวมถึงความรุนแรงของโรคที่มี และมีไข้สูงตั้งแต่ 39 องศาเซลเซียส ใน 3 วันแรกที่เป็นหวัด
การรักษาไซนัสอักเสบ
เพียงพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม แต่หากเป็นไซนัสอักเสบที่เริ่มเป็นเชื้อแบคทีเรียแล้ว หากรับประทานยาปฏิชีวนะจะทำให้หายเร็วขึ้น ลดระยะเวลาของการป่วยลงได้ แต่การรับประทานยาปฏิชีวนะขณะเป็นหวัดซึ่งเป็นเชื้อไวรัสไม่ได้ทำให้หายเร็วขึ้น และอาจทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาได้
อาการคล้ายคลึงกับจมูกอักเสบที่ไม่ใช่ภูมิแพ้
หากทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังหรือเจาะเลือดแล้วพบว่าไม่ได้เป็นภูมิแพ้ สาเหตุมักจะมาจากสิ่งอื่น ไม่ใช่สารก่อภูมิแพ้ ให้สังเกตตัวเองว่ามีอาการขณะที่อยู่บ้าน หรือในขณะที่ทำงาน เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง สิ่งใดกระตุ้นให้เกิดอาการ เนื่องจากมีโอกาสที่จะเกิดจากยา จากการทำงาน สถานที่ทำงานมีฝุ่น สารเคมี สารระคายเคืองในอากาศ ในขณะที่ทำงานมีการป้องกันตัวเองได้ไม่ดี จะทำให้มีอาการจมูกอักเสบที่ไม่ใช่ภูมิแพ้ หรือจากอาหาร รวมถึงปัจจัยอื่นเช่น เยื่อจมูกฝ่อ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง การตั้งครรภ์ อายุมากขึ้น เส้นประสาทที่เลี้ยงจมูกมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ความผิดปกติของโครงสร้างในจมูก เป็นต้น
การตรวจวินิจฉัยว่าเป็นจมูกอักเสบจากสาเหตุใด
แพทย์จะทำการ ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจอื่นๆ เช่น การส่องกล้อง การทดสอบผิวหนังภูมิแพ้ และบางคนอาจต้องอาศัยการเอกซเรย์ หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์
การป้องกันอาการภูมิแพ้
เนื่องจากปัจจุบัน ได้มีการเลี้ยงดูลูกในสิ่งแวดล้อมยุคใหม่ จะเน้นในเรื่องของความสะอาด ทำให้เด็กไม่มีโอกาสได้สัมผัสหรือแลกเปลี่ยนภูมิคุ้มกัน กับสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ เช่นสัตว์เลี้ยง พืช ดิน ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่เป็นผลให้เกิดภูมิแพ้ได้ โรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่จะเกิดกับคนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นเมือง ในปัจจุบันทางฝั่งยุโรปเริ่มมีคำแนะแนะให้เด็กได้คลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม พืช ดิน เพื่อปรับภูมิคุ้มกัน ให้ปกติ
ดังนั้นหากอยากป้องกันไม่ให้เกิดภูมิแพ้ ควรพาลูกให้สัมผัสกับธรรมชาติ สัมผัสดิน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ แต่สำหรับใครที่เป็นภูมิแพ้แล้ว แนะนำให้พยายามทำให้ตัวเองมีสุขภาพแข็งแรง ปรับภูมิคุ้มกันของตัวเองด้วยการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ หากรู้ว่าแพ้อะไรควรหลีกเลี่ยง หากหลีกเลี่ยงแล้วอาการดี บางคนไม่จำเป็นต้องใช้ยา หากยังมีอาการอยู่ มีความจำเป็นต้องควบคุมอาการ เพื่อจะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่น หูอื้อ น้ำขังในหูชั้นกลาง ไซนัสอักเสบ
อย่างไรก็ตามโรคภูมิแพ้เป็นโรคที่เกี่ยวกับภูมิต้านทาน สิ่งที่พบว่าสามารถเปลี่ยนแปลงของภูมิต้านทานนี้ได้ คือการให้ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยสารก่อภูมิแพ้ แต่ไม่ใช่สารก่อภูมิแพ้ทุกตัวที่จะสามารถรักษาด้วยวิธีดังกล่าวได้ สารก่อภูมิแพ้ที่พบว่าใช้รักษาได้คือ ไรฝุ่น แมลงสาบ เกสรหญ้า ซึ่งปัจจุบันยังมีการพัฒนาสารก่อภูมิแพ้ต่างๆเพื่อจะใช้รักษาได้จำเพาะ ใช้ได้สะดวก และปลอดภัยมากขึ้นต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.ดร.พญ.สายสวาท ไชยเศรษฐ อาจารย์ประจำหน่วยไซนัสและภูมิแพ้ ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช.

เรียบเรียง:นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : กลุ่มงานสื่อสารองค์กร
งานประชาสัมพันธ์
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
#จมูกอักเสบ #ไซนัส #ภูมิแพ้
#MedCMU #MedCMUในมือคุณ
#คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
#สื่อสารองค์กรMedCMU