ฮีทโตรก (Heatstroke) มีคำภาษาไทยที่ใช้แทนได้หลายคำ คือ โรคลมร้อน โรคลมแดด ภาวะนี้เป็นภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ทัน สุดท้ายจะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย ภาวะนี้สำคัญเพราะอาจจะมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยใน 1 ปี มีถึงประมาณ 2000-3000 ราย เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 33 คน
กลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเกิดฮีทโตรก
- การที่อยู่ในสภาวะสิ่งแวดล้อมที่ร้อนจัด และอากาศถ่ายเทไม่สะดวก
- ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ฝึกซ้อมอย่างหนัก
- ผู้ที่สภาพร่างกายไม่แข็งแรง เช่น ผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก ที่ระบบระบายความร้อนทำงานไม่ได้เต็มที่
- ผู้ป่วยที่กำลังใช้ยากลุ่มรักษาโรค เช่น กลุ่มยาขับปัสสาวะ ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ ยาจิตเวช เป็นต้น
- ผู้ป่วยที่ใช้สารเสพติด สารกระตุ้นหรือการดื่มแอลกอฮอล์สารเหล่านี้จะทำให้ระบบระบายความร้อนในร่างกายเสียไป
อาการของฮีทโตรก
- อุณหภูมิร่างกายสูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอวัยวะร่างกายเริ่มทำงานผิดพลาด
- มีพฤติกรรมผิดปกติทางสมอง ไม่ว่าจะเป็น สับสน กระวนกนะวายตอบสนองช้า เดินเซ อาจจะมีอาการชัก
- ระบอื่นๆในร่างกายทำงานผิดปกติ เช่น ระบบเลือด ระบบทางเดินหายใจ ตับ ไต หัวใจ หลอดเลือด กล้ามเนื้อ
วิธีป้องกัน
- สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย อากาศถ่ายเทได้ดี
- ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
- หลีกเลี่ยงสภาพอากาศร้อนจัด หรือใช้พัดลม เครื่องปรับอากาศ การอาบน้ำให้บ่อยขึ้น
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง กลางแดด หรือสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว
- ควรออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
คือ การทำให้อุณภูมิร่างกายลดลงอย่างรวดเร็วระหว่างรอนำส่งโรงพยาบาล
- การย้ายผู้ป่วยเข้าที่ร่วม
- คลายเสื้อผ้าของผู้ป่วย เพื่อให้อากศถ่ายเท
- จัดท่าผู้ป่วยนอนราบ หาของมารองปลายเท้า เพื่อเร่งเลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจ เพื่อสูบฉีดเลือดไปที่ผิวหนัง จะได้ระบายความร้อน
- ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น เช็ดตามร่างกาย เน้นรักแร้ คอขาหนีบ หรืออาจจะใช้การประคบเย็นร่วมด้วย
- ดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อทดแทนภาวะขาดน้ำ
ติดตามผ่าน
Facebook: https://cmu.to/dISnW
Youtube: https://cmu.to/SQXJY
วิทยากรโดย
ผศ.นพ.อธิวัฒน์ สุนทรพันธ์
อาจารย์ประจำหน่วยประสาทวิทยา ภาคอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.
เรียบเรียงบทความโดย: นางสาวกชพร มโนรส นักศึกษาคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
นักศึกษาฝึกงานงานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มช.

103
