ยาคุมกำเนิดมีกี่ชนิด ?
ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดรับประทาน จะมีทั้งหมด 3 ชนิด
- ชนิดที่ 1 ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดเม็ดฮอร์โมนรวม จะมีฮฮร์โมน Estrogen และ Progestin ซึ่ง Progestin จะเป็นสารสังเคราะห์ที่ทำเลียนแบบฮฮร์โมน Progesterone ที่สร้างจากในร่างกาย เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมาก และมีขายทั่วไปตามท้องตลาด โดยจะมี 2 แบบ
-
- แบบที่ 1 แบบ 21 เม็ด วิธีรับประทานคือทานตั้งแต่เม็ดที่ 1 จนถึง เม็ดที่ 21 จากนั้นเว้น 7 วัน (ให้ประจำเดือนมา) แล้วจึงค่อยรับประทานแผงใหม่
- แบบที่ 2 แบบ 28 เม็ด แบ่งย่อยอีกเป็น 2 แบบ คือ แบบ 21+7 และ 24+4 แบบนี้จะง่ายต่อการรับประทานยา เนื่องจากว่าไม่ต้องจำว่าเว้น 7 วัน
-
- ชนิดที่ 2 ชนิดเม็ดฮอร์โมนเดี่ยวคือมีฮอร์โมนชนิดเดียวบรรจุในเม็ดยา คือมีฮอร์โทน Progestin ตัวเดียว โดยนิยมจ่ายให้กับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องการคุมกำเนิดหลังให้นมบุตร และสามารถใช้ในการรักษาโรคทางนรีเวชต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Chocolate Cyst เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ หรืออาการปวดท้องประจำเดือน
- ชนิดที่ 3 ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน แนะนำใช้โดนเฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นประจำ โดยนิยมใช้ในกรณี มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน อุบัติเหตุจากการมีเพศสัมพันธ์ เช่น ถุงยางฉีกขาด ถุงยางรั่ว
วิธีการทานยาคุมกำเนิด
ประจำเดือนมาวันแรกนับเป็นวันที่ 1 สามารถเลือกทานได้ตั้งแต่ 1-5 วันใดวันหนึ่ง และสามารถกินตามลูกศรในแผงยา และแนะนำให้ทานในช่วงเวลาเดียวกันในแต่ละวันเพื่อป้องกันการลืม หากลืมทานยาแนะนำให้ทานทันทีหลังนึกได้ หากลืมทาน 2 เม็ดแนะนำให้ดูแผงยา หากเป็นแถวที่ 1 หรือแถวที่ 2 แนะนำให้ทานยาคุมฉุกเฉินหรือคุมกำเนิดร่วมด้วยหากมีเพศสัมพันธ์ก่อนหน้านั้น แต่หากเป็นแถวที่ 3 ทานทันทีที่นึกได้ และทิ้งแถวสุดท้ายจากนั้นให้เริ่มแผงใหม่หรือรอให้ประจำเดือนมา แต่หากลืมทานมากว่า 3 เม็ดขึ้นไป ให้หยุดทานยาคุม รอประจำเดือนมาหรือเริ่มยาแผงให้ หรือแนะนำให้เปลี่ยนชนิดของยาคุมกำเนิด
ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด
ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดศีรษะ เวียนศรีษะ คลื่นไส้อาเจียนา ตัวบวมน้ำหนักขึ้น มีลิ่มเลือดอุดตันบริเวณหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม หากกินเป็นระยะเวลานาน
ข้อดีของการทานยาคุมระยะยาว
ช่วยในเรื่องของการคุมประจำเดือน ใช้ในการรักษาสิว ผิวมัน ขนดก หรือลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิดได้เช่นกัน เช่น มะเร็งรังไข่ หรือ มะเร็งเยื่อบุมดลูกในอนาคต
.
หากต้องการใช้ยาคุมกำเนิด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้ยา เนื่องจากจะได้ยาคุมที่เหมาะสมกับคนไข้มากกว่าและได้ประโยชน์จากยาที่ต้องการมากกว่า รวมถึงการใช้ยาที่ถูกต้อง หากผู้ที่ลืมทานไม่มั่นใจวิธีการทาน สามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรได้โดยตรง
รับชมผ่าน
Facebook: https://cmu.to/iytZ1
Youtube: https://cmu.to/8GHtn
วิทยากรโดย
พญ.รัศมิ์รวี จัทรศิริ
แพทย์ประจำบ้านต่อยอดประจำภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช.

