mourning ribbon

โรคไข้หวัดใหญ่ และการฉีดวัคซีน | คลิป

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการไวรัส ชื่อ ไวรัส Influenza ซึ่งระบาดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

สาเหตุของการติดเชื้อ

การติดเชื้อเกิดจากการหายใจเอาละอองของเสมหะ น้ำมูก และน้ำลายของผู้ป่วยที่ไอ หรือจามออกมา  หรือติดจากการสัมผัสมือ และของใช้ร่วมกับผู้ป่วย โยผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ก่อนวันที่จะมีอาการ


อาการของโรคไข้หวัดใหญ่

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่จะมีอาการฉับพลันและรุนแรงมากกว่าไข้หวัดธรรมดา จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น โดยเฉพาะเด็กเล็กอาจจะมีไข้สูงมากกว่า 39-40 องศา และจะมีอาการอื่นๆ เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไอแห้ง มีน้ำมูก หรือมีอาการเจ็บคอ


วิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

คือการฉีดวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ร่างกาย โดยวัคซีนชื่อว่า Influenza Vaccine จะเป็นการผลิตจากเชื้อตาย จะมีความปลอดภัยค่อนข้างสูงและประสิทธิภาพค่อนข้างดี หากฉีดวัคซีนไปแล้วจะสามารถป้องกันได้ถึง 70-90 เปอร์เซ็นต์ โดยวัคซีนในประเทศไทยมีประมาณ 2 แบบ คือ ชนิดที่ครอบคลุมเชื้อ 3 สายพันธ์ และชนิดที่ครอบคลุมเชื้อ 4 สายพันธ์ โดยเมื่อระยะผ่านไปตัวแอนติบอดีในร่างกายที่ต่อต้านเชื้อจะลดลง ทำให้ต้องฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างสม่ำเสมอ ไข้หวัดใหญ่กับโรค Covid-19 สามารถติดเชื้อร่วมกันภายในระยะเวลาเดียวกันได้ และเมื่อติดเชื้ออาจจะสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายเพิ่มมากขึ้นได้


กลุ่มเสี่ยงของโรคไข้หวัดใหญ่

  1. ผู้หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์มากกว่า 4 เดือน หรือ ผู้หญิงหลังคลอดไม่เกิน 4 สัปดาห์
  2. เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ขวบ
  3. ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  4. กลุ่มผู้ที่มีโรคอ้วน น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม BMI มากว่า 35
  5. ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรค HIV ที่มีอาการหรือกลุ่มโรคธาลัสซีเมีย
  6. กลุ่มโรคเรื้อรัง 7 กลุ่ม ได้แก่ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด โรคไตวาย โรคเบาหวาน
  7. ผู้ที่มีความพิการทางสมอง

 

ข้อดีของการฉีดวัคซีน
    1. สามารถป้องกันการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค
    2. ลดภาวะแทรกซ้อนของโรคลดอัตราการเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาล
    3. ลดอัตราการเสียชีวิต ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

รับชมผ่าน

Facebook: https://cmu.to/uYq70

Youtube: https://cmu.to/wjrdg

วิทยากรโดย

อ.พญ.ณัฐชนก นิยติวัฒน์ชาญชัย

อาจารย์ประจำหน่วยโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤติและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณพแพทยศาสตร์ มช.

เรียบเรียงบทความโดย: นางสาวกชพร มโนรส นักศึกษาคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
นักศึกษาฝึกงานงานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มช.