
รู้จัก “MIS-C” ภาวะอักเสบหลายระบบในเด็ก
แพทย์ มช. เตือน!! หายจากโควิดแล้ว…ยังควรเฝ้าระวัง
.
ภาวะ MIS-C (Multisystem Inflammatory Syndrome in Children) หรือ ภาวะอักเสบหลายระบบในเด็ก เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อย แต่มีความสำคัญ เนื่องจากอาจเกิดการอักเสบในอวัยวะหลายระบบหลังการติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคโควิด-19
.
ภาวะนี้มักเกิดขึ้นหลังการติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 2–6 สัปดาห์ เด็กบางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีอาการเลย และครอบครัวอาจไม่ทราบว่าเด็กเคยติดเชื้อมาก่อน
.
แม้ MIS-C จะพบไม่บ่อย แต่หากเกิดขึ้น อาจมีความรุนแรงและส่งผลต่อหัวใจ ระบบทางเดินอาหาร ไต ระบบประสาท ผิวหนัง และระบบไหลเวียนโลหิต จึงควรได้รับการประเมินและรักษาโดยแพทย์อย่างรวดเร็ว
.
ทำไมจึงเกิด MIS-C?
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเหตุใดเด็กบางรายจึงเกิด MIS-C หลังติดเชื้อโควิด-19
.
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่มากเกินหรือผิดปกติภายหลังการติดเชื้อ ส่งผลให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกายและกระทบต่ออวัยวะหลายระบบ
.
การติดโควิด-19 ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะต้องเกิด MIS-C และภาวะนี้พบได้น้อยมาก
.
อาการแบบไหนที่ต้องเฝ้าระวัง?
MIS-C มักเกิดหลังการติดเชื้อ SARS-CoV-2 หลายสัปดาห์ อาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือ มีไข้ต่อเนื่องร่วมกับอาการผิดปกติในหลายระบบ
อาการที่อาจพบ ได้แก่
• มีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
• ปวดท้อง
• คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว
• มีผื่นตามตัว
• ตาแดง
• ริมฝีปากแดง แห้ง หรือแตก
• ลิ้นแดง
• มือหรือเท้าแดง บวม
• ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต
• ปวดศีรษะ หรือมีอาการทางระบบประสาท
• ในรายที่รุนแรง อาจมีความดันโลหิตต่ำ ภาวะช็อก หรือหายใจเหนื่อย
.
หากเด็กมีไข้ร่วมกับอาการผิดปกติหลายอย่าง โดยเฉพาะหลังเคยติดโควิด-19 ควรพาไปพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการเอง
.
MIS-C อันตรายอย่างไร?
MIS-C อาจทำให้เกิดการอักเสบพร้อมกันในหลายระบบของร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต MIS-C อาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจบีบตัวลดลง ความดันโลหิตต่ำ หรือเกิดภาวะช็อกได้ นอกจากนี้บางรายอาจมีความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ จึงจำเป็นต้องประเมินการทำงานของหัวใจอย่างเหมาะสม
อาจพบความผิดปกติของระบบต่าง ๆ เช่น
-ระบบทางเดินอาหาร: ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว
-ไต: การทำงานผิดปกติ
-ระบบประสาท: ปวดศีรษะ ซึม สับสน
-ระบบเลือดและการแข็งตัวของเลือด
-ระบบไหลเวียนโลหิต: ในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะช็อก
เด็กที่แพทย์สงสัยหรือวินิจฉัยว่าเป็น MIS-C มักจำเป็นต้องเข้ารับการประเมินและดูแลในโรงพยาบาล เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด
.
MIS-C ต่างจากโรคคาวาซากิอย่างไร?
MIS-C และโรคคาวาซากิมีอาการบางอย่างคล้ายกัน เช่น ไข้ ผื่น ตาแดง ปากแดง ลิ้นแดง และมือเท้าบวม จึงอาจทำให้สับสนกันได้
.
โรคคาวาซากิ เป็นโรคที่มีการอักเสบของหลอดเลือด โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ และพบได้บ่อยในเด็กเล็ก
.
ส่วน MIS-C มีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ SARS-CoV-2 และมักเกิดหลังการติดเชื้อประมาณ 2–6 สัปดาห์ และมักมีการอักเสบหลายระบบร่วมกัน โดยพบอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว รวมถึงอาจมีความผิดปกติของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตได้
.
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองโรคอาจมีอาการคล้ายโรคอื่นได้ การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์ ไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียว
.
แพทย์วินิจฉัย MIS-C อย่างไร?
การวินิจฉัย MIS-C ไม่ได้อาศันเพียงประวัติมีไข้หรือเคยติดโควิด-19 เท่านั้น แพทย์จะประเมินร่วมกันจาก
• ประวัติการเจ็บป่วยและการติดเชื้อ
• อาการและการตรวจร่างกาย
• ผลตรวจเลือดและค่าการอักเสบ
• การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ
• การตรวจหัวใจเมื่อมีข้อบ่งชี้
• หลักฐานการติดเชื้อ SARS-CoV-2
หากสงสัยว่าหัวใจได้รับผลกระทบ แพทย์อาจตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจเลือดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจ และตรวจอัลตราซาวด์หัวใจตามความเหมาะสม
.
การรักษา MIS-C
ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น MIS-C จำเป็นต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาล เนื่องจากอาจมีความผิดปกติของหลายระบบ และบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนต้องได้รับการดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤต
.
การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ อาจต้องดูแลร่วมกันโดยแพทย์หลายสาขา เช่น กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ กุมารแพทย์โรคหัวใจ กุมารแพทย์โรคข้อและรูมาติสซั่ม และทีมดูแลผู้ป่วยวิกฤต
.
แนวทางการรักษามุ่งลดการอักเสบและดูแลการทำงานของอวัยวะ โดยแพทย์อาจพิจารณาให้อิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือดดำ (IVIG) ยาสเตียรอยด์ ยาป้องกันลิ่มเลือดในผู้ป่วยบางราย ตามความเสี่ยงและข้อบ่งชี้ และยาปฏิชีวนะระหว่างรอผลตรวจ หากยังไม่สามารถแยกการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงได้
.
หลังรักษาแล้ว ต้องติดตามอะไร?
แม้อาการดีขึ้นและกลับบ้านได้ เด็กที่เคยเป็น MIS-C ยังควรได้รับการติดตามตามแผนการรักษา โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีความผิดปกติของหัวใจ
.
แพทย์อาจนัดตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรืออัลตราซาวด์หัวใจซ้ำตามความเหมาะสม หากหัวใจยังมีความผิดปกติ เด็กอาจต้องงดกิจกรรมหรือการออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก จนกว่าจะได้รับการประเมินและอนุญาตจากแพทย์
.
ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถฟื้นตัวได้ดีเมื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เด็กบางรายอาจยังมีอาการ เช่น เหนื่อยง่าย นอนหลับไม่ดี วิตกกังวล หรือมีปัญหาด้านอารมณ์ จึงควรติดตามอาการต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์
.
ป้องกัน MIS-C ได้อย่างไร?
การป้องกันที่สำคัญคือ การลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ SARS-CoV-2 และปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องวัคซีนโควิด-19 ที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัยและสุขภาพของเด็ก
.
ข้อมูลปัจจุบันสนับสนุนว่า วัคซีนโควิด-19 ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด MIS-C ได้
สำหรับเด็กที่เคยเป็น MIS-C การพิจารณารับวัคซีนควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล โดย CDC แนะนำให้พิจารณาจากการฟื้นตัวของผู้ป่วย รวมถึงการกลับมาทำงานของหัวใจเป็นปกติ และโดยทั่วไปอาจพิจารณารับวัคซีนเมื่อห่างจากวันที่วินิจฉัย MIS-C อย่างน้อย 90 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินเป็นรายบุคคล
.
อย่ามองข้าม “ไข้หลังหายโควิด-19”
MIS-C เป็นภาวะที่พบไม่บ่อย แต่มีความสำคัญ เพราะอาจส่งผลต่ออวัยวะหลายระบบ โดยเฉพาะหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต
หากเด็กมีไข้ร่วมกับปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว ผื่น ตาแดง มือเท้าบวม หรือมีอาการผิดปกติหลายระบบ โดยเฉพาะในช่วงหลายสัปดาห์หลังเคยติดโควิด-19 ควรรีบพาไปพบแพทย์
.
อย่ารอดูอาการเอง เพราะการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วมีความสำคัญต่อผลการรักษา เด็กส่วนใหญ่สามารถฟื้นตัวได้ดีเมื่อได้รับการดูแลและรักษาอย่างเหมาะสม
.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :รศ.พญ.วัชรีวรรณ สนธิชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคข้อและรูมาติสซั่ม ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียง: นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว: งานสื่อสารองค์กร งานประชาสัมพันธ์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
#ภาวะมิสซี #MIS-C #COVID19 #MedCMU #MedCMUในมือคุณ #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #สื่อสารองค์กรMedCMU