| อาการเวียนศีรษะหรือบ้านหมุน |
|
อาการเวียนสีรษะมักเกิดจากการผิดปกติระบบใดระบบหนึ่งของระบบการทรงตัว ดังนี้ 1. ระบบหูชั้นในและประสาทส่วนกลาง 2. ระบบตา 3. ระบบปรับความรู้สึกของกล้ามเนื้อคอและแขน ขา |
|
1. การซักถามประวัติ แพทย์จะซักถามผู้ป่วยที่มาตรวจครั้งแรกอย่างละเอียด เพื่อแยกโรค ดังนั้นจึงขอให้ผู้ป่วยลองตอบข้อต่อไปนี้ไว้ก่อนพบแพทย์ ได้แก่ ก. อาการเวียนศีรษะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หรือเกิดขึ้นหลายครั้งห่างกันเท่าไหร่ ข. ระยะเวลาที่มีอาการเวียนศีรษะเป็นวินาที นาที ชั่วโมง วัน หรือหลายวัน ค. มีความผิดปกติเกี่ยวกับการรับเสียง หรือมีเสียงดัง รบกวนในหูในช่วงก่อนหรือหลัง หรือขณะเวียนศีรษะหรือไม่ ง. อาการเวียนศีรษะพบว่ามีอาการตามัวพร่า มองเห็นภาพซ้อน กลืนน้ำลายหรือพูดลำบาก หรือมีอาการชาหรืออ่อนแรงของใบหน้า แขน และขาร่วมด้วยหรือไม่ ฉ. การทรงตัวผิดปกติหรือไม่ เวลาอยู่ในที่มืดเคยสังเกตว่ามักจะเซ หรือล้มลงหรือไม่ ช. มีปัญหาโรคปวดหัวข้าวเดียว(ไมเกรน)หรือไม่ 2. การตรวจร่างกาย 3. การตรวจพิเศษ ก. การตรวจการได้ยิน ข .การตรวจประสาททรงตัว -ตรวจการผิดปกติของลูกตา -ตรวจการเดินและการทรงตัว -ตรวจประสาททรงตัวโดยใส่น้ำเข้าไปในหูแล้วดู -การกระตุกของลูกตา ค. การเจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการ ง. การตรวจภาพรังสี เอ๊กซเรย์ |
|
1. ควรได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อตรวจค้นหาโรคที่เป็นต้นเหตุของอาการเวียนศีรษะ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคต่อมทัยรอยด์ โรคติดเชื้อบางอย่าง โรคของตา โรคทางหู และทางการได้ยิน โรคทางประสาทและสมอง 2. ระวังการใช้ยาที่เป็นพิษต่อประสาทหู ไม่ควรใช้ยารับประทาน ยาฉีด หรือยาหยอดหูเอง โดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์ หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเวลานานๆ (โดยเฉพาะยาฉีดรักษาวัณโรค หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ) ควรสังเกตอาการผิดปกติเกี่ยวกับหู เช่น หูอื้อ มีเสียงดังในหู การได้ยินเลวลงกว่าปกติ หรือมีการเวียนศีรษะการทรงตัวที่ผิดปกติ เมื่อสังเกตว่าเริ่มมีอาการผิดปกติดังกล่าวเกิดขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที 3. ระมัดระวังการหกล้มโดยเฉพาะศีรษะ อาจเกิดภาวะที่มีกระโหลกศีรษะแตกเกิดกระทบกระเทือนต่อหูชั้นในได้ 4. ระวังอันตรายบริเวณต้นคอ อาจมีการเคลื่อนหักหรือฉีกขาดของกระดูกคอหรือกล้ามเนื้อ หรือระบบประสาทอัตโนมัติบริเวณต้นคอ เช่น การออกกำลังกาย ทำให้มีอาการเวียนศีรษะได้ 5. เมื่อรับประทานยาระงับอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เช่น Dramamine ไปปแล้ว ซึ่งยานี้จะทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ ดังนั้นข้อควรระวังเป็นอย่างมาก คืออย่าขับรถ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรืองานที่ต้องใช้สมาธิเพราะอาการง่วง มึนงง ที่เนื่องจากฤทธิ์ยาอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ 6. ไม่ควรวิตกกังวลเกินเหตุ เมื่อมีอาการเวียนศีรษะ จึงควรมาพบแพทย์ เพราะหลายๆ โรคที่เป็นต้นเหตุไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต สามารถรักษาให้หายหรือทุเลาได้ |