อาการเวียนศีรษะหรือบ้านหมุนfw1.gif (1392 bytes)(ห้องตรวจ หู คอ จมูก งานการพยาบาลผู้ป่วยนอกและฉุกเฉิน&หน่วยสุขศึกษา)

fw1.gif (1392 bytes)คือ ความรู้สึกหลอนทางประสาทว่าได้มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของตัวเอง หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวในลักษณะหมุน หรือเสียการทรงตัวทำให้ผู้นั้นไม่สามารถควบคุมการทรงตัวอยู่ได้ในลักษณะปกติ
พบได้ทุกเพศทุกวัย โดยกลุ่มอายุกลางคนและผู้สูงอายุพบได้บ่อยกว่ากลุ่มอื่น เราจะเรียกว่ามีอาการเวียนศีรษะ เมื่อผู้ป่วยรู้ตัวหรือสิ่งแวดล้อมเคลื่อน เช่น รู้สึกว่าตัวเองหมุน หรือรู้สึกว่าเพดานฝาบ้านหรือพื้นมีการหมุน หรือพลิกคว่ำทั้งๆที่ความจริงไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ


fw1.gif (1392 bytes)สาเหตุของการเสียการทรงตัว
อาการเวียนสีรษะมักเกิดจากการผิดปกติระบบใดระบบหนึ่งของระบบการทรงตัว ดังนี้
1. ระบบหูชั้นในและประสาทส่วนกลาง
2. ระบบตา
3. ระบบปรับความรู้สึกของกล้ามเนื้อคอและแขน ขา

fw1.gif (1392 bytes)สาเหตุของอาการเวียนศีรษะ
ที่พบบ่อยคือ
1. โรคหูน้ำหนวก
2. ความผิดปกติของหูชั้นกลางเนื่องจากหวัด
3. การได้รับยาหรือสารที่เป็นพิษต่อประสาททรงตัว
4. การบาดเจ็บที่ศีรษะ
5. โรคมีเนียส์(Mener's disease)
6. อาการเวียนศีรษะเกิดขณะเปลี่ยนท่า
7. อาการเวียนศีรษะ จากสมองขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วคราว
8. การเสื่อมของประสาททรงตัวและ ประสาทส่วนกลางจากการติดเชื้อเฉพาะบางอย่าง
9. การอักเสบของประสาททรงตัว
10. เนื้องอกของประสาททรงตัว
11. ความผิดปกติของสมองและระบบประสาทกลางจากสาเหตุอื่น
12. โรคทางกายอื่นๆ บางอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคต่อมทัยรอยด์ และโรคติดเชื้อบางอย่าง โรคทางหูและทางการได้ยิน โรคทางประสาทและสมอง
ตัวอย่างคำบอกเล่าที่ผู้ป่วยมักเล่าให้แพทย์ฟัง คือ
"ดิฉันรู้สึกเวียนศีรษะ เมื่อตื่นนอนและก่อนนอน รู้สึกว่าเพดาน ฝาบ้าน พื้นบ้านมีการหมุน มีตาพร่า อาการเป็นอยู่สักครู่ มีเสียงดังรบกวนในหูตลอด บางครั้งเดินๆอย จะเซไปเอง โดยไม่รู้สึกตัวค่ะคุณหมอ"


fw1.gif (1392 bytes)การวินิจฉัย อาจแบ่งขั้นตอนการวินิจฉัยแยกโรคได้ดังนี้
1. การซักถามประวัติ
แพทย์จะซักถามผู้ป่วยที่มาตรวจครั้งแรกอย่างละเอียด เพื่อแยกโรค ดังนั้นจึงขอให้ผู้ป่วยลองตอบข้อต่อไปนี้ไว้ก่อนพบแพทย์ ได้แก่
ก. อาการเวียนศีรษะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หรือเกิดขึ้นหลายครั้งห่างกันเท่าไหร่
ข. ระยะเวลาที่มีอาการเวียนศีรษะเป็นวินาที นาที ชั่วโมง วัน หรือหลายวัน
ค. มีความผิดปกติเกี่ยวกับการรับเสียง หรือมีเสียงดัง รบกวนในหูในช่วงก่อนหรือหลัง หรือขณะเวียนศีรษะหรือไม่
ง. อาการเวียนศีรษะพบว่ามีอาการตามัวพร่า มองเห็นภาพซ้อน กลืนน้ำลายหรือพูดลำบาก หรือมีอาการชาหรืออ่อนแรงของใบหน้า แขน และขาร่วมด้วยหรือไม่
ฉ. การทรงตัวผิดปกติหรือไม่ เวลาอยู่ในที่มืดเคยสังเกตว่ามักจะเซ หรือล้มลงหรือไม่
ช. มีปัญหาโรคปวดหัวข้าวเดียว(ไมเกรน)หรือไม่
2. การตรวจร่างกาย
3. การตรวจพิเศษ
ก. การตรวจการได้ยิน
ข .การตรวจประสาททรงตัว
-ตรวจการผิดปกติของลูกตา
-ตรวจการเดินและการทรงตัว
-ตรวจประสาททรงตัวโดยใส่น้ำเข้าไปในหูแล้วดู
-การกระตุกของลูกตา
ค. การเจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ง. การตรวจภาพรังสี เอ๊กซเรย์

fw1.gif (1392 bytes)การรักษา
1.การให้ยารักษาโรคหูชั้นกลาง และยาระงับอาการเวียนศีรษะเป็นการรักษาแบบประคับประคอง เพื่อช่วยรักษาอาการเวียนศีรษะเป็นความจำเป็นอย่างหนึ่ง
2.การรักษาตานสาเหตุแต่ละอย่างของโรคบางโรค อาจรักษาด้วยการใช้ยา บางโรคต้องอาศัยการผ่าตัด หรือกายภาพบำบัด แล้วแต่สาเหตุเกิดจากโรคอะไร ก็เป็นความจำเป็นอีกประการหนึ่ง


fw1.gif (1392 bytes)การป้องกันและการดูแลรักษา
1. ควรได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อตรวจค้นหาโรคที่เป็นต้นเหตุของอาการเวียนศีรษะ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคต่อมทัยรอยด์ โรคติดเชื้อบางอย่าง โรคของตา โรคทางหู และทางการได้ยิน โรคทางประสาทและสมอง
2. ระวังการใช้ยาที่เป็นพิษต่อประสาทหู ไม่ควรใช้ยารับประทาน ยาฉีด หรือยาหยอดหูเอง โดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์ หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเวลานานๆ (โดยเฉพาะยาฉีดรักษาวัณโรค หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ) ควรสังเกตอาการผิดปกติเกี่ยวกับหู เช่น หูอื้อ มีเสียงดังในหู การได้ยินเลวลงกว่าปกติ หรือมีการเวียนศีรษะการทรงตัวที่ผิดปกติ เมื่อสังเกตว่าเริ่มมีอาการผิดปกติดังกล่าวเกิดขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
3. ระมัดระวังการหกล้มโดยเฉพาะศีรษะ อาจเกิดภาวะที่มีกระโหลกศีรษะแตกเกิดกระทบกระเทือนต่อหูชั้นในได้
4. ระวังอันตรายบริเวณต้นคอ อาจมีการเคลื่อนหักหรือฉีกขาดของกระดูกคอหรือกล้ามเนื้อ หรือระบบประสาทอัตโนมัติบริเวณต้นคอ เช่น การออกกำลังกาย ทำให้มีอาการเวียนศีรษะได้
5. เมื่อรับประทานยาระงับอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เช่น Dramamine ไปปแล้ว ซึ่งยานี้จะทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ ดังนั้นข้อควรระวังเป็นอย่างมาก คืออย่าขับรถ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรืองานที่ต้องใช้สมาธิเพราะอาการง่วง มึนงง ที่เนื่องจากฤทธิ์ยาอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
6. ไม่ควรวิตกกังวลเกินเหตุ เมื่อมีอาการเวียนศีรษะ จึงควรมาพบแพทย์ เพราะหลายๆ โรคที่เป็นต้นเหตุไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต สามารถรักษาให้หายหรือทุเลาได้