| หน้าแรก | นโยบาย | จรรยาบรรณวิชาชีพพยาบาล | บทความน่าสนใจ | กิจกรรม | ภาพคนต้นแบบ | ดาวน์โหลด |

บทบาทของพยาบาลในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพ

 

 

 

                งานรักษาพยาบาลผู้ป่วย  เป็นงานที่ต้องทำร่วมกันระหว่างแพทย์ พยาบาลและบุคลากรอื่นๆ ขณะเดียวกันทุกคนก็มีหน้าที่เฉพาะของตัวเองที่จะต้องทำให้ถูกต้อง เพราะเป็นบทบาทที่กฎหมายกำหนดไว้  การละเลยหน้าที่ของตนเองหรือการทำเกินกว่าหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด  ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและหากเกิดความเสียหาย โอกาสที่จะถูกร้องเรียนหรือฟ้องร้องตามกฎหมายแพ่ง  กฎหมายอาญาและ/หรือกฎหมายวิชาชีพ  ก็เป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้

ขอบเขตของการประกอบวิชาชีพพยาบาลและผดุงครรภ์

                สำหรับบทบาทของพยาบาลนั้น ตามนิยามของกฎหมายที่กล่าวมาแล้วคือ บทบาทเกี่ยวกับการดูแลและช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย รวมทั้งเป็นผู้ช่วยเหลือแพทย์กระทำการรักษาโรค พยาบาลจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะประกอบวิชาชีพเวชกรรมคือการรักษาโรคได้ด้วยตัวเอง  การเปิดร้านรักษาผู้ป่วยจึงถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย  สำหรับงานทางด้านผดุงครรภ์ พยาบาลสามารถทำได้ หากเป็นผู้ที่ได้รับการศึกษาและฝึกอบรมมาโดยตรง  แต่ก็เฉพาะครรภ์ที่ไม่มีปัญหา หากมีปัญหาที่จะต้องผ่าออกหรือใช้วิธีการอื่นใดเพราะครรภ์ผิดปกติ  พยาบาลจะกระทำโดยพลการไม่ได้
ขอบเขตของการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว  เป็นเรื่องที่จะต้องระมัดระวัง การทำเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนดถือเป็นความผิดตามกฎหมายวิชาชีพ  ซึ่งทางกองการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุขจะทำหน้าที่สอดส่องดูแล  บ่อยครั้งที่มีการจับกุมและดำเนินคดี  ที่ผ่านมาศาลมักจะลงโทษจำคุก  โดยไม่รอลงอาญา เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ก่ออันตรายกับประชาชน แต่แม้จะมีการลงโทษอยู่บ่อยครั้ง  การฝ่าฝืนโดยกระทำการเกินกว่าขอบเขตหน้าที่ก็ยังคงมีอยู่ พยาบาลที่เป็นภริยาของแพทย์มักจะถือวิสาสะวินิจฉัยโรคและจ่ายยาขณะที่สามีไม่อยู่ แท้จริงแล้วการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง

บทบาทของพยาบาลในฐานะผู้ช่วยเหลือแพทย์

                ดังกล่าวมาแล้วว่า บทบาทของพยาบาลในการรักษาผู้ป่วยก็คือการช่วยเหลือแพทย์  แต่บางครั้งแพทย์บางคนก็ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ที่แพทย์จะต้องทำเอง และมอบหมายให้พยาบาลทำหน้าที่ในส่วนนี้ เช่น เมื่อผ่าตัดเสร็จ สั่งให้พยาบาลเย็บแผลต่อเพราะตนจะรีบไปทำธุระอื่น บอกให้พยาบาลจ่ายยาไปตามที่เห็นสมควร ทั้งๆที่เป็นผู้ป่วยหนัก เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  พยาบาลเองก็อึดอัดที่จะปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์ในกรณีดังกล่าว เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้นพยาบาลต้องร่วมรับผิดด้วย  ปัญหานี้จะแก้ไขอย่างไร
         หากพิจารณาตามบทกฎหมายที่มีอยู่  พยาบาลไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในกรณีดังกล่าวได้ การปฏิเสธทำได้ตามกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงการทำเช่นนั้นจะก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างมากระหว่างแพทย์กับพยาบาลและหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดึงดันที่จะทำหรือไม่ทำผลเสียย่อมจะเกิดกับผู้ป่วย  ทางออกในกรณีนี้ ผู้เขียนได้เคยเสนอแนะทางแพทยสภาและสภาการพยาบาลว่า  น่าจะได้มีการรวบรวมปัญหาและจัดสัมมนาร่วมกัน เพื่อหาข้อสรุปในบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายและทำเป็นประกาศของวิชาชีพทั้งสอง ถ้าเกิดความชัดเจนในแนวปฏิบัติ ทุกฝ่ายก็จะได้ถือปฏิบัติตามแนวที่สภาวิชาชีพกำหนด มิต้องปะทะกันเป็นคู่ๆไป ปัญหาเช่นนี้มิใช่ปัญหาเฉพาะแพทย์กับพยาบาลเท่านั้น  บางกรณีก็เป็นปัญหาระหว่างแพทย์กับเภสัชกรที่ห้องยา แพทย์เขียนใบสั่งยาด้วยลายมือที่อ่านยากมากหรืออ่านไม่ออกเลย เภสัชกรก็เดาเอา โดยไม่โทรฯถามแพทย์หรือแพทย์สั่งปริมาณยาเกินขนาดเภสัชกรจะทักท้วงได้หรือไม่  เหล่านี้เป็นเรื่องที่สภาวิชาชีพควรจะเข้ามาดูแลและกำหนดแนวปฏิบัติที่ถูกต้องร่วมกัน
อีกปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในโรงพยาบาลต่างๆคือ พยาบาลติดต่อเพื่อให้แพทย์มาดูผู้ป่วย  แต่แพทย์ไม่มา จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม พยาบาลจะทำอย่างไร  ปัญหานี้เป็นเรื่องที่อาจเกิดจากสาเหตุต่างๆกัน ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของระบบบริหาร ส่วนหนึ่งเกิดจากความบกพร่องของแพทย์เอง ซึ่งจะแยกพิจารณาเป็นส่วนๆไป     

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

 

ที่มา : แสวง  บุญเฉลิมวิภาส  “ กฎหมายและข้อควรระวังของผู้ประกอบวิชาชีพ  แพทย์   พยาบาล ”

นำเสนอวันที่   7  เมษายน  2553