Diagnostic Ultrasound:การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
คือ การตรวจดูขนาด ขอบเขต รูปร่าง และecho ของอวัยวะ ตลอดจนการเคลื่อนไหวของอวัยวะและกระแสเลือด
โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆต่อผู้ป่วย
|
|
ปัจจุบันนอกจากการตรวจวินิจฉัยโรคแล้ว US ยังนิยมใช้เป็นเครื่องนำทางในการดูดเจาะ
(percutaneous puncture) ทั้งเพื่อการวินิจฉัยและการรักษา
|
| คลื่นเสียงที่ใช้อยู่ในช่วงความถี่สูงคือ1.5-15 MHz ( ความถี่ที่หูคนเราได้ยินประมาน
20-20,000 Hz) คลื่นเสียงจะถูกส่งออกจากหัวตรวจผ่านลงไปในตัวผู้ป่วย เมื่อกระทบกับรอยต่อ
(interface) ระหว่างตัวกลาง 2 ชนิดที่มีความหนาแน่นต่างกันจะเกิดการสะท้อนและการทะลุผ่านของเสียง |
ชนิดการตรวจมี สองลักษณะใหญ่คือ
- ตรวจผ่านผิวหนังของผู้ป่วย (transcutaneous)
- ใส่หัวตรวจเข้าไปในร่างกาย (intracavitory) เช่น ผ่านทางทวาร (transrectal),ช่องคลอด
(transvaginal),เข้าทางเดินอาหาร (endoscopic), เข้าเส้นเลือด ( intravascular)
หรือผ่านแผลผ่าตัดต่างๆ (intraoperative)
|
Diagnostic ultrasound ปัจจุบันมีบริการหลายๆ แบบ เลือกใช้ให้เหมาะสมกับโรคของผู้ป่วย
เช่น
- Abdomen : แบ่งเป็น
- Upper abdomen: จะศึกษาอวัยวะต่างๆ ของช่องท้องส่วนบน ได้แก่ liver,
spleen, kidney, pancreas, gallbladder, retroperitoneal node
- Lower abdomen and pelvis:สำหรับ trans-abdomen (ตรวจผ่านหน้าท้อง)
ผู้ป่วยจะต้อง full bladder เพื่ออาศัยน้ำปัสสาวะเป็นตัวกลางผ่านคลื่นเสียง
และผลักลำใส้เล็กขึ้นไปด้านบน
- Pelvis: ตรวจผ่านทางช่องคลอด Trans-vagina ใช้สำหรับการตรวจดูอวัยวะสืบพันธุ์สตรี
- ตรวจเฉพาะ organ เช่น liver, kidney, gallbladder, uterus&ovary
ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่จะนิยมตรวจ liver, gallbladder, spleen
and kidney ในrequest เดียวกัน คือ Upper abdomen และ ส่วนที่เหลือตรวจในกลุ่ม
lower abdomen ทั้งนี้เพื่อสดวกในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ป่วย แต่ถ้าต้องการดูละเอียดเฉพาะ
organ ก็สามารถ request ได้
- Small part:
- Thyroid
- Head
- Breast
- Extremity
- Deep vein thrombosis
- Hip Joint
- Parotid gland, etc....
- Duplex ultrasound and Color Doppler ultrasound: เป็นการตรวจเส้นเลือดเป็นหลัก
ตรวจดูความผิดปกติของเส้นเลือด เส้นเลือดที่มาเลี้ยงก้อนเนื้องอก เป็นต้น
โดยจะต้องขอทำการตรวจเส้นเลือดเป็นส่วนๆ เช่น Carotid vessel, aorta, extremity
artery and vein เป็นต้น
- Guid for biopsy : เราจะทำ land marked ให้เพื่อให้เจ้าของไข้จะได้ทำการเจาะดูดไปตรวจได้แม่นยำ
- US ในคนท้อง: ปัจจุบันแผนกสูติศาสตร์ รับผิดชอบการตรวจเด็กในท้อง
(Fetus) เอง
- Echocardiogram: ปัจจุบัน cardiologist นิยมตรวจด้วยตนเอง
|
การเตรียมตัวก่อนตรวจ
- งดอาหารและเครื่องดื่ม (NPO) 4-6 hr โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการตรวจดูโรคของถุงน้ำดี
gallbladder disease :
- จะทำให้มี distended gallbladder จะทำให้การตรวจหานิ่วได้ดี
- ลดก๊าซในกระเพาะอาการและลำไส้
- แต่ถ้าไม่สนใจถุงน้ำดี ก็อาจจะไม่ต้อง NPO
|
ค่าใช้จ่าย:
- Upper abdomen US: 600 บาท
- Lower abdomen US:600 บาท
- Whole abdomen / abdomen US: 1200 บาท
- Small part US: 600 บาท
- Deep vein thrombosis: 600 บาท
- Duplex ultraound or Color Doppler US: 800 บาท
|
Computed tomography: การตรวจโดยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
เป็นการตรวจโรคของผู้ป่วยโดยใช้รังสีเอกซเรย์ ฉายผ่านตัวผู้ป่วย ไปยัง detector
รับสัณญาณ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ประมวลภาพ
|
|
ประเภทของ CT
- Conventional CT: ตัดภาพทีละหนึ่งสไลด์ ต่อหนึ่งการหมุนของหลอดเอกซเรย์และ
detector
- Helical or spiral CT: เป็นการตรวจแบบต่องเนื่อง ความยาวของการตัดหนึ่งครั้งขึ้นกับ
รุ่น และ กำลังของเครื่อง มี single or double slice helical scans ได้ภาพครั้งละหนื่งภาพ
หรือสองภาพในหนึ่ง rotation
- Multidetector CT: เป็นการตรวจแบบต่องเนื่อง เช่นเดียวกันกับ Helical
or spiral CT scans แต่ได้ปริมาณ Volume มากกว่า ทำให้การสร้างภาพออกมา
มีประสิทธิภาพ แะคุณภาพสูง มีตั้งแต่ 4 slides, 8 --> 16 -->32 -->
64 slides (ซึ่งปัจจุบัน มีให้บริการที่ 16 slides ส่วนที่จำนวน slides
สูงๆยังอยู่ในการพัฒนาในห้องวิจัย)
|
|
ชนิดของการตรวจโดยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
เนื่องจากเครื่อง CT ของโรงพยาบาลยังเป็น conventional scans ดังนั้นเราจึงแบ่งการตรวจดังนี้
ซึ่งจะคล้ายกับการตรวจ ultrasound โดยนิยมแบ่งการตรวจออกเป็นส่วนๆของร่างกาย
หรือตรวจเฉพาะอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง
- Upper abdomen จะตรวจตั้งแต่ส่วนสูงสุดของช่องท้อง จนถึงไต หรือ iliac
crest.
- Lower abdomen , Pelvis จะตรวจตั้งแต่ iliac crest จนหมดอุ้งเชิงกราน
- Whole abdomen ตรวจทั้งท้อง จะคิดการตรวจเป็นสองส่วนรวมกัน
- Chest ตรวจเฉพาะทรวงอก (เฉพาะ Known Case CA lung จะดู adrenal gland
ให้ด้วย)
- Nasopharynx, oropharynx ตรวจเฉพาะ ช่อง nasopharynx หรือ oropharynx
ถึง hyoid bone ทั้ง coronal and axial plane
- Neck เริ่มตั้งแต่ hyoid bone จนถึง thoracic inlet
- Brain เริ่มตั้งแต่ skull base ถึง vertex
ราคาค่าตรวจ CT brain 3500 บาท CT body ส่วนละ 4500 บาท
- ดังนั้นถ้าขอ included ส่วนอื่นด้วย จะคิดค่าตรวจเป็นสองส่วน ซึ่งที่จริงแล้ว
เครื่องที่เรามีอยู่ไม่สามารถจะให้ภาพได้สมบรูณ์ มีข้อจำกัดในการแปรผล
ดังนั้น ถ้าต้องการดูทั้งสองส่วน เช่น ทรวงอก และ ช่องท้องส่วนบน ควรขอตรวจแยกกันเลย
หรือระบุให้ละเอียดว่าจะต้องการดูส่วนไหน เพราะเทคนิคการตรวจแต่ละอวัยวะนั้ไม่เหมือนกัน
|
การเตรียมตัวก่อนการตรวจ
โดยส่วนใหญ่ การทำ CT scans ผู้ป่วยมักจะต้องถูกฉีด Contrast medium เข้าร่างกาย
คล้ายทำ IVP ดังนั้นจริงควร ตรวจเช็คและเตรียมผู้ป่วยคล้ายการเตรียมตรวจ
IVP
- ให้เช็ค Cr ของผู้ป่วยทุกราย โดยเฉพาะที่ต้องใช้ IV contrast medium
- เช็คประวัติการแพ้ยา แพ้สารทึบรังสี แพ้อาหาร และภูมิแพ้
- เช็คประวัติโรคเบาหวาน ทานยากลุ่ม Biguadnine หรือไม่ ต้องแจ้งให้ทราบ
ทั้งนี้ เคยมีรายงานเรื่องการเพิ่ม risk ของ metabolic acidosis- DKA ในกรณีมี
renal insuffiency ดังนั้นควรหยุดการใช้ยาตัวนี้ชั่วคราว แล้วใช้วิธีอื่นควบคุมน้ำตาลแทน
- NPO แต่ต้องระวัง Hydration ผู้ป่วยด้วย
- บางการตรวจอาจต้องมีการทาน oral contrast solution เพื่อแยกลำไส้ออกจากส่วนต่างๆ
|