โรคพยาธิปากขอ

                                                                                                    อ.ดวงรัตน์  ริยอง  

     

     โดยทั่วไปการระบาดของโรคพยาธิปากขอมีอัตราสูงในเขตชนบท พบได้ในแทบทุกภาคของประเทศไทยภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้มีอัตราการเป็นโรคสูงกว่าภาคอื่นๆของประเทศ จากการสำรวจในเด็กนักเรียนชั้นประถมในบางท้องที่ของภาคใต้ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราชมีอัตราการเกิดโรคพยาธิสูงถึง 80% นอกจากนั้นสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของไข่และตัวอ่อนพยาธิ พื้นดินที่มีร่มเงาที่ชื้นแฉะมีปริมาณอาหารอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมักเป็นพวกซากเน่าเปื่อยของพืชผัก มีอากาศถ่ายเทสะดวก สภาพเป็นดินเหนียวปนทรายมีการดูดซึมน้ำได้ดี

  พยาธิปากขอมีลักษณะอย่างไร?

     พยาธิปากขอในคนทั้งสองชนิดเมื่อดูด้วยตาเปล่าเป็นรูปทรงกระบอกเรียวยาว ลักษณะคล้ายเส้นด้ายสั้นๆ ตัวเมียยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย เมื่อมีชีวิตอยู่มีสีครีมหรือสีชมพูทึบ ช่องปากของพยาธ ิ มีทั้ง เป็นแผ่นฟันและเป็นเขี้ยวแหลมใช้เกาะผนังสำไส้้ดูดกินเลือด พยาธิแก่ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ผสมพันธุ์กันออกไข่ปนออกมาในอุจจาระของผู้ป่วย ตกลงบนพื้นดินที่มีสภาพเหมาะสมจะฟักตัวออกเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1, 2 และระยะติดต่อที่ 3 รอเวลาที่จะไชผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสโลหิตไปที่ปอด และไชออกมาที่ถุงลมปอด ไต่ขึ้นมาที่หลอดลม คอหอย หลอดอาหารแล้วถูกกลืนลงไปเมื่อถึงลำไส้เล็กจะเจริญเป็นพยาธิตัวแก่ นอกจากนั้นยังสามารถติดต่อทางอื่นได้อีก เช่น จากการไช , การกิน , ผ่านทางน้ำนม หรือผ่านทางรก

  คนเป็นพยาธิปากขอได้อย่างไร?

       พยาธิตัวอ่อนระยะติดต่อไชเข้าผิวหนัง เช่น ง่ามเท้า เจริญเป็นตัวแก่ในลำไส้เล็กถ้ามีพยาธิจำนวนมากอาจพบพยาธิในกระเพาะอาหารหรือในลำไล้ใหญ่ได้

  มีอาการสำคัญอย่างไร

       พยาธิตัวอ่อนไชเข้าผิวหนัง เช่น ที่ง่ามเท้า ทำให้เกิดอาการคัน มีผื่นแดง และอักเสบเป็นตุ่มแดง ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะหายเองในเวลาไม่นาน แต่รอยแดงซึ่งเป็นการเดินทางของพยาธิโดยเฉพาะการติดเชื้อพยาธิปากขอของสัตว์ อาจอยู่ได้นานถึง 2 สัปดาห์ เมื่อตัวอ่อนผ่านเข้ากระแสโลหิตไปถึงปอด อาจทำให้เกิดอาการอักเสบของปอดหรือหลอดลม ร่วมกับการมีไข้และไอเล็กน้อย อาการดังกล่าวจะหายไปหลังจากพยาธิเดินทางเข้าสู่ลำไส้ พยาธิตัวเต็มวัยใช้ปากกัดเพื่อเกาะติดกับผนังลำไส้และดูดเลือดจากโฮสต์ ทำให้เกิดการฉีกขาดของเยื่อบุผนังลำไส้และเกิดแผลเนื่องจากพยาธิมีการเปลี่ยนตำแหน่งการเกาะอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยจึงสูญเสียเลือดจากการที่พยาธิดูดเลือดเพื่อกินเป็นอาหาร และการไหลรินของเลือดจากแผลเกิดขึ้นเมื่อพยาธิเปลี่ยนตำแหน่งเกาะ นอกจากนั้นทำให้เกิดการรบกวนในระบบทางเดินอาหาร ผู้ป่วยจึงรู้สึกปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ที่สำคัญคือพยาธิทำให้ผู้ป่วยเกิดโรคโลหิตจางแบบขาดธาตุเหล็ก (iron deficiency anemia) นอกจากนั้นยังทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงในผู้ใหญ่ ส่วนในเด็กเล็กจะทำให้มีการพัฒนาการเรียนรู้ และการเจริญเติบโตที่ช้าลง

รูปพยาธิปากขอในลำไส

  จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคพยาธิปากขอ

       ตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิปากขอ ในรายที่ติดเชื้อน้อย การตรวจอุจจาระด้วยวิธีเข้มข้น จะช่วยให้ผลการตรวจถูกต้องแม่นยำขึ้น

  เป็นแล้วจะทำการรักษาได้อย่างไร

     กินยา Mebendazole 100 มก กินวันละ 3 ครั้งนาน 3 วัน หรือ Albendazole 400 มก กินครั้งเดียว

  จะมีวิธีป้องกันอย่างไร

     สวมรองเท้าที่ปกปิดเพื่อป้องกันตัวอ่อนระยะติดต่อไชผ่านผิวหนัง หลีกเลี่ยงการถ่ายอุจจาระลงดิน ใช้ส้วมอย่างถูกสุขลักษณะรวมทั้งไม่ใช้อุจจาระเป็นปุ๋ยรดผัก และมีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่สะอาด


                                                                                     [ กลับสู่หน้าหลัก ] [ คณะแพทยศาสตร์ ] [ English version ]