โรคบิดมีตัว

                                                                                                               รศ.ดร.นพ.คม สุคนธสรรพ์  

  บิดมีตัวคืออะไร

   บิดมีตัวเป็นปรสิตลักษณะเป็นสัตว์เซลล์เดียวมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Entamoeba histolytica

  บิดมีตัวพบได้บ่อยในประเทศแถบใดของโลก

   บิดมีตัวพบได้บ่อยในประเทศเขตร้อนโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา ที่มีระบบสุขาภิบาลที่ไม่ดีพอ ประชาชนยังต้องบริโภคน้ำ และอาหารที่ไม่สะอาด

  เชื้อบิดมีตัวเข้าสู่คนได้อย่างไร

    เชื้อบิดมีตัวเข้าสู่คนในระยะซิสต์ซึ่งเป็นระยะที่มีเกราะหุ้มรอบตัว สามารถทนต่อสภาพสิ่งแวดล้อมได้ดี โดยซิสต์ของเชื้อบิดมีตัว จะปนเปื้อนกับอาหารหรือน้ำดื่ม และเข้าสู่คนที่ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด

  ซิสต์ของเชื้อบิดมีตัวมาจากไหน

     ซิสต์ของเชื้อบิดมีตัวออกมาพร้อมกับอุจจาระของคนที่ติดเชื้อบิดมีตัว เมื่อคนนั้นไม่ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจถ่ายอุจจาระตามพุ่มไม้ ลงแม่น้ำลำคลองหรือลงในส้วมที่ไม่มีถังเก็บอย่างถูกต้อง อุจจาระจะถูกชะโดยน้ำฝน หรือน้ำในแม่น้ำ ทำให้ซิสต์แพร่กระจายไปตามแม่น้ำลำคลอง หรือแหล่งน้ำต่างๆที่อยู่ตามธรรมชาติ

  เมื่อคนกินอาหารหรือดื่มน้ำปนเปื้อนซิสต์ของเชื้อบิดมีตัวแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

     เมื่อซิสต์ (รูปที่1) ถูกกินเข้าสู่ร่างกายพร้อมอาหาร เชื้อบิดจะออกจากซิสต์บริเวณลำไส้เล็กเป็นระยะที่มีการเคลื่อนไหว กินอาหารและแบ่งตัว เรียกว่าระยะโทรโฟซอยต์ (รูปที่2) เชื้อบิดมีตัวระยะโทรโฟซอยต์อาจอาศัยอยู่ในลำไส้โดยไม่ทำอันตราย ต่อผนังลำไส้ หรืออาจไชผนังลำไส้้ก่อให้เกิดโรคบิดในคน และยังทำให้เกิดโรคฝีอะมีบิกในอวัยวะต่างๆของร่างกายคนได้ ที่พบได้บ่อยคือ ตับ และสมอง

 
รูปที่1 ระยะซิสต์ของ E. histolytica รูปที่2 ระยะโทรโฟซอยต์ของ E. histolytica

(ที่มา: http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/framepro.htm-Amoeba- Entamoeba histolytica)

  ถ้ามีเชื้อบิดมีตัวในลำไส้แล้วจะเกิดอาการอะไรบ้าง

     คนที่มีเชื้อบิดมีตัวในร่างกายแต่เชื้อไม่ทำอันตรายต่อผนังลำไส้ จะมีชีวิตปกติเหมือนกับคนทั่วไป กินอาหารและถ่ายอุจจาระเป็นปกติ แต่ในอุจจาระของคนเหล่านี้จะมีซิสต์ของเชื้อบิดมีตัวออกมาด้วยและสามารถกระจายไปสู่คนอื่นได้ แต่ในคนที่เชื้อบิดมีตัวลุกลาม ไชเข้าผนังลำไส้จะทำให้เกิดแผลที่ลำไส้และเกิดการอักเสบเฉียบพลันที่ลำไส้ใหญ่ทำให้มีอาการถ่ายเหลว และปวดท้องรุนแรง ร่วมกับอาการปวดเบ่ง อาการถ่ายเหลวจะเริ่มจากถ่ายเหลวเป็นน้ำ ต่อมาอุจจาระมีลักษณะเป็นมูกเลือด อุจจาระมีกลิ่นเหม็น เหมือนหัวกุ้งเน่า ในผู้ป่วยบางรายที่มีการอักเสบรุนแรงแบบเนื้อตาย ซึ่งพบมากในเด็ก คนที่ขาดอาหาร ในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยจะมีอาการ ปวดท้องรุนแรง ไข้สูง ถ่ายอุจจาระปนเลือดมากกว่า 20 ครั้งใน 1 วัน และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยที่เชื้อบิดมีตัวลุกลามจาก ลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด จะไปเกิดฝีที่อวัยวะต่างๆ ที่พบบ่อยที่สุดคือฝีบิดอะมีบิคที่ตับ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ปวดท้องโดยเฉพาะซีกขวาบน ตับโต มีอาการดีซ่าน และอาจพบว่ามีม้ามโต

  จะทราบได้อย่างไรว่ามีการติดเชื้อบิดมีตัว

     ถ้าเชื้ออยู่ในลำไส้วิธีการตรวจที่ง่ายที่สุดคือการตรวจอุจจาระและพบเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อระยะโทรโฟซอยต์ที่กินเม็ดเลือดแดง ซึ่งแสดงว่ามีการลุกลามของเชื้อบิดมีตัวเข้าสู่เนื้อเยื่อ แต่ถ้าผู้ที่มีเชื้อไม่มีอาการท้องเสียอาจจะพบระยะซิสต์ในอุจจาระได้ แต่วิธีดังกล่าวมีความไวและความจำเพาะไม่สูงนัก จึงมีวิธีอื่นที่ใช้ได้ เช่น การเพาะเลี้ยงเชื้อ การตรวจหาแอนติเจนของเชื้อในอุจจาระ นอกจากนี้การตรวจหาภูมิคุ้มกันในกระแสเลือดก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถใช้ตรวจหาว่าผู้ป่วยน่าจะเป็นโรคจากบิดมีตัวได้ ส่วนผู้ป่วยที่เป็นฝีบิดอะมีบิคในตับมักจะใช้วิธีการอ่านภาพที่ถ่ายด้วยคลื่นความถี่สูง (อัลตราซาวด์) ร่วมกับการตรวจทางภูมิคุ้มกัน

  ถ้ามีการติดเชื้อบิดมีตัวจะมีการรักษาอย่างไร

     ในปัจจุบันนิยมใช้ยาที่สามารถฆ่าเชื้อบิดได้ทั้งในลำไส้และในเนื้อเยื่อคือ Metronidazole หรือ Tinidazole คนไข้ที่มีฝีบิดอะมีบิคในตับขนาดใหญ่แพทย์จะทำการเจาะระบายฝีร่วมกับการให้ยา

  จะสามารถควบคุมและป้องกันตัวจากโรคบิดมีตัวอย่างไร

     เนื่องจากการระบาดของโรคเกิดจากการปนเปื้อนของซิสต์ของพยาธิที่ออกมาพร้อมกับอุจจาระกับอาหารและน้ำดื่ม ดังนั้นการควบคุมที่ดีคือ การปรับปรุงสุขาภิบาล น้ำบริโภค และอนามัยอาหาร ร่วมกับการให้สุขศึกษา มีการรณรงค์การใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ การบริโภคน้ำและอาหารสะอาด


                                                                                     [ กลับสู่หน้าหลัก ] [ คณะแพทยศาสตร์ ] [ English version ]