ค่านิยม

สามัคคี มีน้ำใจ มีวินัย ร่วมใจรับผิดชอบ กอปรด้วยคุณธรรม

วิสัยทัศน์ (vision)

ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นภาควิชาชั้นนำ  มีผลงานเป็นที่ยกย่องในระดับสากล เป็นที่รักและศรัทธาของปวงชน

พันธกิจ (mission)

ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ คุณธรรม และเป็นสากล สร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางจักษุวิทยา  ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน

Core competency

1. Ability to create graduates with comprehensive professional managerial skill necessary for success in 21st century (ความสามารถในการสร้างบัณฑิตที่เพียบพร้อมด้วยทักษะเชิงวิชาชีพและการบริหารจัดการ {ที่จำเป็นในการเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21}) 

2. Ability to create collaborative and multidisciplinay research to resolve local health issues with global impact (ความสามารถในการสร้างเครือข่ายวิจัยแบบสหสาขาเพื่อแก้ปัญหาท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อโลกและภูมิภาค)

3. Providing excellent services: delivering excellent healthcare and networking (ความสามารถในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการบริการสุขภาพที่เป็นเลิศ)

4. Effective networking and collaborative management (ความสามารถในการบริหารเครือข่ายและความร่วมมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ)

Member Login

คำถามน่ารู้เรื่องต้อหิน

คำถามน่ารู้เรื่องต้อหิน

โดย พญ.ธิดารัตน์ ลีอังกูรเสถียร

 

โรคต้อหินคืออะไร?

โรคต้อหิน (Glaucoma)คือ โรคตาชนิดหนึ่งที่การระบายออกของน้ำเลี้ยงในลูกตาน้อยกว่าปกติ ทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้นจนกระทั่งกดทำลายขั้วประสาทตา(Optic disc) ทำให้มีความผิดปกติของลานสายตาจนกระทั่งตาบอดในที่สุด


 

โรคต้อหินมีความสำคัญอย่างไร?

โรคต้อหิน เป็นสาเหตุทำให้ตาบอดมากเป็นอันดับ 2รองจากต้อกระจก แต่โรคต้อหินทำให้เกิดตาบอดแบบถาวร ไม่สามารถรักษาให้กลับมามองเห็นได้เหมือนต้อกระจก

 

อะไรคือสาเหตุของโรคต้อหิน?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคที่ชัดเจน แต่พบกลุ่มที่มีความเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีญาติเป็นโรคต้อหิน ผู้ที่มีความดันลูกตาสูงกว่าค่ามาตรฐาน

นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือดที่ทำให้เลือดไหลเวียนไปขั้วประสาทตาไม่ดี ผู้ที่มีสายตาสั้นหรือยาวมากๆ พบว่ามีความเสี่ยงในการเกิดต้อหินมากขึ้น

 

อาการของโรคต้อหินเป็นอย่างไร?

ผู้ป่วยส่วนมากเป็นต้อหินชนิดเรื้อรัง ซึ่งในระยะแรกของโรคจะไม่แสดงอาการชัดเจน คือ ไม่มีอาการปวด ไม่มีตามัวหรือตาแดง โดยหากผู้ป่วยมีอาการตามัว และลานสายตาผิดปกติ เช่น มีแถบมืดดำเกิดขึ้นในลานสายตา หรือการมองเห็นแคบลง แสดงว่าโรคต้อหินนั้นเป็นระยะท้ายๆ แล้ว 

ต้อหินอีกชนิดหนึ่ง คือ ต้อหินชนิดเฉียบพลัน ซึ่งจะมีอาการชัดเจน คือ ปวดตามากทันทีโดยไม่สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยยาแก้ปวด ตามัวลง ตาแดง มองเห็นสีรุ้งรอบดวงไฟ ร่วมกับมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้และอาเจียนได้

โรคต้อหินอาจแบ่งตามลักษณะทางกายวิภาค โดยใช้มุมตา ซึ่งเป็นบริเวณที่น้ำเลี้ยงลูกตาระบายออกจากตา ได้เป็นชนิดมุมตาเปิดและมุมตาปิดหรือแคบ โดยหากผู้ป่วยมีมุมตาปิดหรือแคบจะมีความเสี่ยงต่อการที่น้ำเลี้ยงลูกตาระบายออกจากตาไม่ได้อย่างเฉียบพลัน ทำให้เกิดต้อหินชนิดเฉียบพลันได้ และมีอาการดังกล่าวข้างต้น ส่วนต้อหินชนิดมุมตาเปิด พบว่าน้ำเลี้ยงลูกตาระบายออกจากบริเวณมุมตาได้น้อยกว่าปกติ

 

การรักษาโรคต้อหินทำได้อย่างไร?

โรคต้อหินไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาเป็นเพียงการยับยั้งและชะลอโรคไม่ให้มีการสูญเสียการมองเห็นเพิ่มขึ้น

การรักษาหลักของโรคต้อหิน คือ การลดความดันลูกตา โดยการหยอดและ/หรือรับประทานยา การรักษาด้วยเลเซอร์ และการผ่าตัด โดยขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรคต้อหิน

 

โรคต้อหินสามารถป้องกันได้หรือไม่ 

เราไม่สามารถป้องกันการเกิดโรคต้อหินได้ แต่สามารถป้องกันการเกิดภาวะตาบอดถาวรได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาโรคอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ดังนั้นการได้รับการตรวจวัดความดันลูกตา ตรวจขั้วประสาทตา และตรวจสุขภาพตาอื่นๆ จากจักษุแพทย์เป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

 

 

เมื่อไหร่จึงควรเข้ารับการตรวจตาจากจักษุแพทย์?

ประชาชนทั่วไปควรได้รับการตรวจสุขภาพตาจากจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ดังนี้

  • อายุ >40ปี
  • มีญาติเป็นโรคต้อหิน
  • เคยได้รับอุบัติเหตุรุนแรงที่ตาและบริเวณใกล้เคียง
  • เคยมีการอักเสบภายในลูกตามาก่อน
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ป่วยเบาหวานสายตาสั้นหรือยาวมากๆ

ความรู้สู่ประชาชน

กิจกรรมภาควิชาฯ

ติดต่อภาควิชา

  •    ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  •    เบอร์โทร : 053-935512
  •    แฟกซ์ : 053-936121
  •    อีเมล์ :   This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.