EyeCMU Run for Sight

ค่านิยม

สามัคคี มีน้ำใจ มีวินัย ร่วมใจรับผิดชอบ กอปรด้วยคุณธรรม

วิสัยทัศน์ (vision)

ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นภาควิชาชั้นนำ  มีผลงานเป็นที่ยกย่องในระดับสากล เป็นที่รักและศรัทธาของปวงชน

พันธกิจ (mission)

ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ คุณธรรม และเป็นสากล สร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางจักษุวิทยา  ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน

Core competency

1. Ability to create graduates with comprehensive professional managerial skill necessary for success in 21st century (ความสามารถในการสร้างบัณฑิตที่เพียบพร้อมด้วยทักษะเชิงวิชาชีพและการบริหารจัดการ {ที่จำเป็นในการเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21}) 

2. Ability to create collaborative and multidisciplinay research to resolve local health issues with global impact (ความสามารถในการสร้างเครือข่ายวิจัยแบบสหสาขาเพื่อแก้ปัญหาท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อโลกและภูมิภาค)

3. Providing excellent services: delivering excellent healthcare and networking (ความสามารถในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการบริการสุขภาพที่เป็นเลิศ)

4. Effective networking and collaborative management (ความสามารถในการบริหารเครือข่ายและความร่วมมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ)

Member Login

โรคจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ

โรคจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ หรือ โรคเอเอ็มดี (AMD)... โรคที่ทําให้คนอายุ 50 ปีขึ้นไปตาบอดได้

โดย พญ.วรพร ชัยกิจมงคล / รศ.นพ.ดิเรก ผาติกุลศิลา

 

 

โรคเอเอ็มดี หรือโรคจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ (age-related macular degeneration หรือ AMD) เป็นโรคที่พบในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และเป็นสาเหตุที่ทําให้ผู้ป่วยเกิดภาวะตาบอด ได้ จากการสํารวจโดยองค์การอนามัยโลกปี พ.. 2552 โรค AMD เป็นสาเหตุอันดับ 4 ของภาวะ ตาบอดในประชากรทั่วโลก โดยพบรองจากโรคต้อกระจก สายตาผิดปกติที่ไม่ได้รับการแก้ไข และต้อหิน ตามลําดับ

 

คนปกติเมื่อมองไปยังสิ่งต่างๆรอบตัว จะเห็นภาพ ชัดเจนไม่มีเงาดํามาบดบังส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพ แต่ผู้ ป่วยโรคเอเอ็มดี เมื่อมองไปยังสิ่งใดๆก็ตามจะพบว่ามีเงาดํา บังบริเวณกึ่งกลางของภาพเสมอ ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการ เห็นภาพบิดเบี้ยวก่อน แล้วจึงมีอาการเห็นเงาดําบดบังภาพ ทีหลัง ส่วนสาเหตุของโรคนี้เกิดจากจุดรับภาพชัด (macula) ของจอประสาทตาซึ่งมีหน้าที่ช่วยในการมองเห็น บริเวณกึ่งกลางภาพ เกิดความผิดปกติขึ้น โดยแบ่งความผิด ปกติเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดแห้ง(Dry AMD) และชนิดเปียก(Wet AMD)

 

 

ชนิดแห้ง (Dry AMD): เป็นชนิดที่พบได้ บ่อยในผู้สูงอายุทั่วไป โดยจอประสาทตาจะเสื่อมและบางลง มีผลทําให้การมองเห็นแย่ลงอย่างช้าๆ โดยมากไม่จําเป็น ต้องได้รับการรักษา ซึ่งโรคเอเอ็มดีชนิดแห้งนี้จะสามารถพัฒนาไปเป็นชนิดเปียกได้

 

ชนิดเปียก (Wet AMD): พบได้น้อยกว่า ชนิดแห้งแต่เป็นชนิดที่มีอาการรุนแรงกว่า สามารถทําให้ การมองเห็นแย่มากจนอยู่ในระดับเลือนรางหรือตาบอดได้ ซึ่งโรคเอเอ็มดีชนิดเปียกนี้จะมีเส้นเลือดงอกผิดปกติที่ใต้จอ ประสาทตา ทําให้เกิดเลือดออกหรือแผลเป็น ที่จอประสาท ตา ส่งผลให้ผู้ป่วยเห็นเป็นเงาดําบริเวณกึ่งกลางของภาพที่มองเห็น

 

แม้โรคเอเอ็มดีชนิดเปียกจะมีการดําเนินโรคที่รวดเร็ว แต่ถ้าวินิจฉัยพบตั้งแต่ระยะแรกๆ ส่วนใหญ่ จะสามารถควบคุมไม่ให้โรคลุกลามได้ โดยสามารถรักษาระดับการมองเห็น และผู้ป่วยบางส่วนอาจมีการ มองเห็นที่ดีขึ้นได

 

อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการ มองเห็นจากโรคเอเอ็มดีขั้นรุนแรงให้กลับมามองเห็นชัดเท่าคนปกติได้ ซึ่งต่างจากโรคต้อกระจกที่สามารถ ผ่าตัดสลายต้อและใส่เลนส์เทียม ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามองเห็นเป็นปกติอีกครั้ง นอกจากนี้โรคเอ เอ็มดียังสามารถเกิดกับตาได้ทั้ง 2 ข้าง อาจเกิดขึ้นกับตาข้างหนึ่งก่อนโดยผู้ป่วยยังไม่ทันสังเกตพราะมีตา อีกข้างช่วยทดแทนการมองเห็น ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมาพบแพทย์เมื่อโรคเกิดในตาข้างที่สองแล้ว จึง ช้าเกินไปสําหรับการรักษาตาข้างแรก

ด้วยเหตุนี้ การหมั่นสังเกตและเฝ้าระวังการเกิดโรคเอเอ็มดีด้วยตนเอง จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพบ ความผิดปกติและไปพบจักษุแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ผลการรักษาดีกว่าตรวจพบเมื่อโรคลุกลามมาก แล้ว

 

จะตรวจ AMD เบื้องต้นด้วยตนเองได้อย่างไร? ...สามารถตรวจได้โดยใช้ ตารางแอมสเลอร์ (Amsler Grid) ที่เห็นด้านล่าง ตามขั้นตอนดังนี้

 

 

1. ใข้มือปิดตาซ้าย ถือตารางแอมสเลอร์ในระยะอ่าน หนังสือ ห่างจากตาประมาณ 1 ฟุต (ให้สวมแว่น สายตา แว่นอ่านหนังสือ หรือคอนแทคเลนส์ได้ตาม ปกติ)

 

2. ใช้ตาขวามองที่จุดดําเล็กๆกลางภาพ พยายามเพ่ง มองที่จุดนี้ตลอดเวลา

 

3. สังเกตดูว่ามีตารางส่วนใดที่บิดเบี้ยว หรือมีเงาดําบัง หรือไม่ ถ้ามี...แสดงว่าคุณอาจจะเริ่มมีอาการของโรค AMD ควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยเร็ว

 

4. ทดสอบตาซ้าย โดยเอามือปิดตาขวา และปฏิบัติตาม ขั้นตอนข้างต้นอีกครั้ง

 

 

**การทดสอบนี้แม้จะมีประโยชน์ในการทดสอบความผิด ปกติของตาเบื้องต้น แต่ไม่สามารถนํามาใช้ทดแทน การตรวจตาเป็นประจําทุกปีโดยจักษุแพทย์ โดยเฉพาะ ในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปได้

 

**ท่านสามารถปรินท์ตารางแอมสเลอร์นี้ และนําไปติดไว้ที่ผนังห้อง เพื่อใช้ทดสอบ การมองเห็นเป็นประจําทุกวัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วิธีการรักษา: วิธีการรักษาโรคเอเอ็มดีชนิดเปียกที่มีในปัจจุบัน ได้แก่ การฉายแสงเลเซอร์ การรักษา ด้วยโฟโต้ไดนามิก และการฉีดยา Anti-VEGF เข้าน้ําวุ้นลูกตา เป็นต้น โดยจักษุแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาและ แนะนําแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสําหรับผู้ป่วยแต่ละราย

 

การป้องกัน

1. ควรสวมแว่นกันแดดเมืื่ออยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

2. ควรรับประทานอาหารจําพวกผักใบเขียว ผลไม้สด และอาหารจําพวกปลา โดยหลีกเลี่ยงอาหารจําพวกไขมัน

3. ควรงดสูบบุหรี่

4. ควรออกกําลังกาย ควบคุมน้ําหนักและความดันโลหิต

 

ทั้งนี้ การรับประทานวิตามินเสริมอาจช่วยป้องกันหรือชะลอความรุนแรงของโรคเอเอ็มดีได้แต่ควร ปรึกษาจักษุแพทย์ เพราะการรับประทานเป็นเวลานานอาจเกิดผลข้างเคียงได้ หากสงสัยว่ามีอาการของโรค เอเอ็มดี ควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการขยายม่านตาตรวจอย่างละเอียด ซึ่งขั้นตอนการตรวจนี้จะส่งผล ให้ตามัวลงชั่วคราว ไม่สามารถอ่านหนังสือหรือขับรถได้ราว 4-6 ชั่วโมงก่อนคืนสู่ภาวะปกติ จึงควรพาญาติ หรือผู้ใกล้ชิดไปโรงพยาบาลด้วย เพื่อช่วยดูแลท่านขณะเดินทางกลับบ้าน

 

ความรู้สู่ประชาชน

กิจกรรมภาควิชาฯ

ติดต่อภาควิชา

  •    ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  •    เบอร์โทร : 053-935512
  •    แฟกซ์ : 053-936121
  •    อีเมล์ :   This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.