Articles

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มและเอกสาร

User Rating:  / 59

ท่านที่มีความประสงค์ที่จะอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา แต่ไม่สะดวกที่จะมาติดต่อที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและรายละเอียดเกี่ยวกับการอุทิศร่างกายเพื่อเป็นวิทยาทาน ได้ตาม link ด้านล่างนี้ (pdf file)

ขั้นตอนและระเบียบปฏิบัติของการรับร่างผู้อุทิศฯ

User Rating:  / 11
  1. หากผู้อุทิศร่างกายเสียชีวิต ให้ญาติติดต่อที่ห้องอุทิศร่างกาย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ (053)945318 โดยเร็ว ทั้งนี้ตามเวลาที่กำหนด คือวันราชการตั้งแต่เวลา 08.30- 20.00 น. หรือวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. เพื่อรับทราบข้อแนะนำและขั้นตอนปฏิบัติเกี่ยวกับศพผู้อุทิศร่างกายในเบื้องต้นก่อน
  2. ผู้อุทิศร่างกายที่เสียชีวิต ทางญาติจะต้องไปดำเนินการแจ้งการตายให้เสร็จสิ้นเรียบร้อย และมีสำเนาใบมรณบัตรจำนวน 1 ฉบับ มอบให้ทางภาควิชาฯ มิฉะนั้นทางภาควิชาฯไม่สามารถจะเคลื่อนย้ายศพผู้อุทิศร่างกายมาดำเนินการได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  3. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำกัดระยะทางในการเดินทางไปรับศพผู้อุทิศร่างกาย ในรัศมีประมาณ 300 กิโลเมตร ยกเว้นผู้อุทิศร่างกายที่ได้ยื่นหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายไว้ก่อนวันที่ 2 พฤศจิกายน 2533 นอกเหนือจากนี้ หากระยะทางการเดินทางไปรับศพเกินกว่าประมาณ 300 กิโลเมตร และญาติประสงค์ที่จะนำส่งเอง ทางภาควิชาฯยินดีรับเป็นอย่างยิ่ง
  4. ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ไม่มีสถานที่ที่จะให้ญาติฯจัดพิธีทำบุญศพอุทิศร่างกาย หากผู้อุทิศร่างกายเสียชีวิตในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หรือโรงพยาบาลอื่นๆในจังหวัดเชียงใหม่ และทางญาติฯประสงค์จะนำศพไปตั้งยัง สถานที่จัดทำบุญก่อนมอบศพให้ภาควิชาฯ ทางภาควิชาฯยินดีบริการจัดยานพาหนะเพื่อนำศพไปตั้งยังสถานที่จัดทำบุญฯให้ โดยไม่คิดค่าบริการ ทั้งนี้ ระยะทางต้องประมาณ 300 กิโลเมตร และเป็นศพที่นำมาศึกษาได้เท่านั้น
  5. กรณีญาติประสงค์จะจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ศพอุทิศร่างกายตามประเพณีก่อนมอบศพให้แก่ทางภาควิชาฯ สามารถกระทำได้ตามที่กำหนดดังนี้
    1. ศพที่ทางภาควิชาฯฉีดยารักษาสภาพร่าง ซึ่งเป็นศพที่สามารถนำมาดองไว้ระยะหนึ่งก่อน จึงนำร่างนั้นมาเรียนได้ทั้งร่าง สามารถนำไปจัดพิธีทำบุญฯได้ไม่เกิน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่เสียชีวิต ทั้งนี้ต้องผ่านการฉีดยารักษาสภาพร่างจากภาควิชาฯก่อน
    2. ศพที่ทางภาควิชาฯนำมาประกอบเป็นโครงกระดูก ซึ่งเป็นศพที่ไม่อยู่ ในสภาพที่จะนำมาดองได้ เช่น อ้วนเกินไป ผอมเกินไป สามารถนำไปจัดพิธีทำบุญฯได้ไม่เกิน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่เสียชีวิต ทั้งนี้ต้องถือปฏิบัติตามขั้นตอนเกี่ยวกับศพของทางภาควิชาฯก่อน
  6. ทางภาควิชาฯไม่มีการจัดบริการเกี่ยวกับการจัดซื้อหาสิ่งต่างๆ เช่นโลงศพ น้ำแข็งทับร่างศพ สิ่งของจัดพิธีทำบุญ และสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับศพอุทิศร่างกาย ไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น
  7. ผู้อุทิศร่างกายที่เสียชีวิตในเขตอำเภอเมือง, สารภี, หางดง, สันกำแพง, สันทราย, แม่ริม และอำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ทางภาควิชาฯจะจัดเจ้าหน้าที่ไปตรวจดูสภาพศพว่าจะสามารถฉีดยารักษาสภาพได้หรือไม่อย่าไรก่อน หรือจะแนะนำญาติฯ ให้ทำการทับน้ำแข็งบนร่างศพแล้วแต่กรณี
  8. ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับศพผู้อุทิศร่างกายที่เสียชีวิต ดังต่อไปนี้
    • ศพผู้อุทิศที่เสียชีวิตเมื่ออายุเกิน 80 ปี
    • โรคมะเร็ง
    • โรคเอดส์
    • โรคไวรัสตับอักเสบบี
    • โรคพิษสุนัขบ้า
    • โรคบาดทะยัก
    • วัณโรคระยะรุนแรง
    • ถูกสัตว์มีพิษกัด เช่น งู
    • เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
    • ศพที่ได้รับการผ่าตัดชันสูตรมาแล้ว
    • ศพไม่อยู่ในสภาพที่จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการศึกษาได้ หรือมีโรคติดต่อ โดยอยู่ในดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ภาควิชาฯ
  9. นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ทางภาควิชากายวิภาคศาสตร์จะไม่รับผิดชอบ ไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น

 

ขั้นตอนในการอุทิศร่างกายเพื่อวิทยาทาน

User Rating:  / 6

ขั้นตอนในการอุทิศร่างกายเพื่อวิทยาทาน

  1. ผู้มีความประสงค์จะอุทิศร่างกาย ติดต่อห้องอุทิศร่างกายที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เพื่อขอแบบฟอร์มหนังสืออุทิศร่างกายจากเจ้าหน้าที่ภาควิชา (1 ชุด มีจำนวน 3 แผ่น) เพื่อนำไปกรอกรายละเอียดและวัตถุประสงค์ของผู้อุทิศร่างกาย ทั้ง 3 แผ่น
  2. แนบรูปถ่ายขนาด 1 x 1 นิ้ว หรือขนาดใกล้เคียง หน้าตรง ไม่สวมหมวก จำนวน 2 รูป (เขียนชื่อ - สกุล ไว้ด้านหลังทุกใบ) ในกรณีที่ท่านไม่ได้นำรูปมา ภาควิชาฯมีบริการถ่ายรูปติดบัตรให้
  3. แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านอย่างใดอย่างหนึ่งของผู้อุทิศร่างกาย
  4. ยื่นแบบฟอร์มอุทิศร่างกาย พร้อมรูปถ่าย ตามข้อ 1 และข้อ 2 แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อออกบัตรประจำตัวให้ผู้อุทิศร่างกายเก็บไว้เป็นหลักฐานติดตัว
  5. สำหรับท่านที่ต้องการจะติดต่ออุทิศร่างกายทางไปรษณีย์ กรุณาส่งหลักฐาน ดังกล่าวทางจดหมาย โดยจ่าหน้าซองพร้อมติดแสตมป์ ส่งแบบฟอร์มพร้อมรูปถ่าย ไปยังที่อยู่ของภาควิชาฯ (ด้านล่างของหน้าเวปนี้ หรือคลิกที่นี่) เมื่อภาควิชาฯได้รับหนังสืออุทิศร่างกายและรูปถ่ายของท่านแล้ว จะดำเนินการ ออกบัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกาย และส่งกลับไปตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในหนังสืออุทิศร่างกาย และขอให้ท่านพกบัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกายนั้นติดตัวไว้เสมอ
  6. หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ขอความกรุณาแจ้งให้ทางภาควิชาฯทราบด้วย

        คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอขอบพระคุณท่านที่อุทิศร่างเพื่อ การศึกษานี้เป็นอย่างสูง เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะให้นักศึกษาได้รู้ซึ้งถึงส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญ และเป็นแพทย์ที่ดีในการดูแล สุขทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ต่อไป นับว่าเป็นการเสียสละเพื่อเป็นวิทยาทานอันสูงส่ง ขอกุศลในการตั้งใจอันดีนี้ จงดลบันดาลให้ท่านปราศจากโรคภัยตลอดอายุขัย


 

ความสำคัญของอาจารย์ใหญ่

User Rating:  / 3

อาจารย์ใหญ่ ปูชนียาจารย์

ผู้อุทิศร่างเพื่อแพทย์ไทย

 

        คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดการเรียนการสอนเพื่อมุ่งหมายที่ จะผลิตบัณฑิตแพทย์ตามความต้องการของชุมชน และเพื่อให้สอดคล้องกับแผน พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การศึกษาวิชาแพทย์นั้น นักศึกษาจะต้องใช้ เวลาศึกษาเล่าเรียนถึง 6 ปี ซึ่งแบ่งออกเป็นระดับเตรียมแพทยศาสตร์ 1 ปี ระดับ ปรีคลินิก 2 ปี และระดับคลินิก 3 ปี ในการเรียนชั้นปีที่ 2 และปีที่ 3 ซึ่งอยู่ในการเรียนทางปรีคลินิก นักศึกษาต้องเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานที่สำคัญ โดยศึกษาส่วนประกอบของร่างกายด้วยตนเองจากร่างกายของมนุษย์ที่ดองไว้ เช่น โครงกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นประสาท หลอดเลือด หัวใจ ปอด ระบบย่อยอาหาร และระบบสืบพันธุ์ เป็นต้น


       นักศึกษาจะได้รับความรู้อย่างมากมายจากร่างกายมนุษย์ ดังนั้นนักศึกษาและ อาจารย์ในคณะแพทยศาสตร์จึงเคารพร่างกายที่ได้ศึกษานั้นและยกย่องเป็น "อาจารย์ใหญ่" หรือ "บรมครู" นอกจากนักศึกษาแพทย์แล้ว ยังมีนักศึกษาทันตแพทย์ นักศึกษากิจกรรมบำบัด นักศึกษากายภาพบำบัด และนักศึกษาในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่ต้องศึกษากายวิภาคศาสตร์จากร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งทางคณะแพทยศาสตร์ มช. ได้รับความช่วยเหลือสนับสนุน จากประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างดี โดยการอุทิศร่างกายให้เป็นวิทยาทานแก่คณะแพทยศาสตร์ มช. ซึ่งมีทุกสาขาอาชีพ

        การอุทิศร่างกายนั้น ถือว่าเป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ และได้บุญกุศลสูงสุด ก่อนการเรียนจะมีพิธีขอขมาอาจารย์ใหญ่และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้อาจารย์ใหญ่ และเมื่อสิ้นสุดการศึกษา จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่ ในแต่ละปีการ ศึกษา ซึ่งถือเป็นประเพณีปฏิบัติ

นักศึกษาที่ได้ศึกษาเล่าเรียนร่างอาจารย์ใหญ่ ในอนาคตจะสำเร็จเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักอาชีวบำบัด หรือนักศึกษาในกลุ่ม วิทยาศาสตร์สุขภาพสาขาอื่น ซึ่งจะได้นำเอาความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนกลับมาให้ บริการต่อสังคมต่อไป นอกจากนี้คณาจารย์และแพทย์ยังใช้ร่างอาจารย์ใหญ่เป็น แหล่งศึกษาเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์อยู่เสมอ อันจะส่งผลให้การบริการ รักษาผู้ป่วยมีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและได้ผลดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ


 

Subcategories

joomla template 1.6